เสริมแกร่ง!คอลลีมอร์แนะลิเวอร์พูลควรซื้อใครซัมเมอร์นี้

สแตน คอลลีมอร์ อดีตหัวหอกชาวอังกฤษ ออกปากแนะนำ ลิเวอร์พูล ว่าถ้าเกิดอยากให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาก็จำเป็นจะต้องซื้อ รูเบน เนเวส ดาวเตะ วูล์ฟส์ ไปร่วมทัพให้ได้ พร้อมเชื่อ เนเวส น่าจะสนใจย้ายมาเล่นกับ “หงส์แดง” เหมือนกัน และดาวเตะชาวโปรตุกีสก็น่าจะอยากมาซบทีมมากขึ้นไปอีกถ้าพวกเขาได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก

    สแตน คอลลีมอร์ อดีตกองหน้าชาวอังกฤษ แสดงความเห็นว่า ลิเวอร์พูล หนึ่งในทีมเก่าของตน ควรที่จะซื้อ รูเบน เนเวส กองกลางคนเก่งของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ไปร่วมทัพ เพื่อที่ทีมจะได้แข็งแกร่งขึ้นไปอีก

    ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล เกือบที่จะได้แชมป์ลีกไปครองเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี หลังจากที่พวกเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนได้ลุ้นแชมป์ถึงนัดสุดท้าย ก่อนที่จะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น ซึ่งมันก็ทำให้บางคนตั้งประเด็นว่า “หงส์แดง” จำเป็นต้องเสริมทัพตรงจุดไหนหรือไม่ เพื่อที่ทีมจะได้มีลุ้นแชมป์ต่อในฤดูดาลหน้า

    คอลลีมอร์ ซึ่งเล่นให้ ลิเวอร์พูล ระหว่างปี 1995-97 เผยว่า “ถ้าคุณเป็นแชมป์ของทวีปยุโรปมันก็จะถือเป็นประโยชน์อย่างมาก ฤดูกาลนี้นักเตะจากทั่วทวีปยุโรปคงจะได้เห็นบรรยากาศที่เกิดขึ้น รวมถึงได้เห็นสไตล์การเล่นของพวกเขาไปแล้ว ซึ่งหนึ่งในคนที่น่าจะประทับใจกับเรื่องแบบนั้นคือ รูเบน เนเวส”

    “ตอนนี้เขาเป็นที่สนใจของหลายทีม เขาเป็นเพลย์เมกเกอร์ที่สามารถหาทางครองบอลได้อยู่เสมอ จริงอยู่ว่าจำนวนประตูของเขาไม่ได้เยอะอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าผมจำไม่ผิดนี่ฤดูกาลนี้เขายิงไป 5 ลูกเองมั้ง แต่ว่าทุกลูกที่เขาทำได้มันก็เป็นลูกยิงระดับโลกทั้งนั้น เขาเป็นนักเตะที่คุณอยากให้ช่วยครองบอลให้ทีมในพื้นที่สุดท้าย แถมยังมีวิสัยทัศน์ในการเล่นระดับเดียวกับ ดาบิด ซิลบา และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ด้วย

ที่มา siamsport

Related links

สื่อยุโรปเชิดชูลิเวอร์พูลพลิกนรกคว่ำบาร์เซโลน่า

ดูปฎิกิริยาจากสื่อทั่วยุโรป หลัง ลิเวอร์พูล พริกนรกเอาชนะ บาร์เซโลน่า ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

     หนังสือพิมพ์ในอังกฤษ และทั่วยุโรป พร้อมใจกันพาดหัวข่าวยกย่อง ลิเวอร์พูล ที่สามารถสร้างปาฎิหาริย์เปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม บาร์เซโลน่า 4-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อวันอังคารที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้รวม 2 นัดกลับมาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ 4-3

    เดอะ มิเรอร์ สื่อเมืองผู้ดี พาดหัวข่าวว่า “ปาฎิหาริย์แห่งแอนฟิลด์” ส่วน เดอะ การ์เดี้ยน เล่นคำว่า “โอริกี้ และ ไวจ์นัลดุม พา ลิเวอร์พูล กลับมาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ”    ขณะที่ แม็ตต์ ดิคคินสัน บรรณาธิการของ เดอะ ไทม์ส เขียนยกย่อง “หงส์แดง” ว่า “เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้ ลิเวอร์พูล เชื่อว่า พวกเขาสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้” 

    ด้าน มาร์ก้า สื่อสเปน ชี้ว่า ความพ่ายแพ้ที่เหลือเชื่อของ บาร์ซ่า คือ “ประวัติศาสตร์ที่ล้มเหลว” ส่วน อาส พาดหัวว่า “ฟ้าผ่าที่แอนฟิลด์” 

    ขณะที่ เลกิ๊ป สื่อกีฬาของฝรั่งเศส ยกย่อง ลิเวอร์พูล ว่า “เครื่องจักรสีแดงบ้าระห่ำ” ส่วน ลา กาเซตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาอิตาลี พาดหัวว่า “ลิเวอร์พูล บ้าระห่ำผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ” 

ที่มา siamsport

Related links

ชัยชนะนอกสนามของ’ลิเวอร์พูล’

ลิเวอร์พูล จะเป็นแชมป์หรือมือเปล่า ยังไม่มีใครตอบได้
แต่ที่แน่ๆ ทีมได้รับการชูมือในตลาดฟุตบอลอังกฤษ เป็นที่เรียบร้อย ทิศทางเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ
นาทีปัจจุบัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แม้กระทั่งเสื้อซ้อม ยังสามารถที่จะเปิด “ปรี- ออเดอร์” ได้แบบไม่น้อยหน้า “เสื้อแข่ง” รวมไปถึง “รองเท้า” ที่เป็นเทรนด์นิยมมากในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา

เรื่องเสื้อสวย, รองเท้าสวยนั่นคืออีกเรื่อง สำคัญที่สุดคือ  “แฟนบอล” ศรัทธา ต่อทีมขนาดไหน สนับสนุนทีมขนาดไหน นั่นแหละคำตอบ
พวกเขากลายเป็นทีมแรกที่ได้กำไรทะลุ 100 ล้านปอนด์ทีมแรก เพราะธุรกิจต่างๆ นอกสนาม และทำท่าว่า “จะไปต่อ” หลังจากเส้นทางเห็นได้อย่าง “ชัดเจน”
ล่าสุดคือ “เสื้อซ้อม” ที่กลายเป็นเสื้อที่แฟนบอลชื่นชอบ เพราะเข้าถึงง่ายกว่า
ราคาเบากว่าชุดแข่ง และมีหลากหลายแบบให้ได้สะสม
ลิเวอร์พูล ได้ AXA หรือ แอ๊กซ่า เข้ามาร่วมด้วยจากเดิมเริ่มจากผู้ให้การสนับสนุนหลักที่เป็น “คาดหน้าอกชุดแข่ง” ที่มาติดอยู่ในชุดซ้อม ตั้งแต่ คาร์ลสเบิร์ก และสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด

กระทั่งการเข้ามาของ สายการบินการูด้า อินโดนีเซีย เมื่อซีซั่น 2014-15 จากนั้นก็เป็น “BetVictor” ในซีซั่น 16-17 และจนจบซีซั่นนี้ 2018-19

อันที่จริง AXA ได้เข้ามาอยู่ในครอบครัวลิเวอร์พูล ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา เป็นบริษัทประกันภัยสัญชาติฝรั่งเศส ถือเป็นเจ้าแรกของสโมสรที่เป็น “Global insurance partner” ซึ่งการคาดหน้าอกครั้งนี้ ประกอบด้วย เสื้อฝึกซ้อม, กางเกงวอร์ม, แจ๊กเกต, เสื้อโปโล และเสื้อแขนกุด

ในปี 2018 Interbrand “Best Global Brand Ranking” การจัดอันดับ
สำหรับบ้านเราก็คือ “กรุงไทย-แอกซ่า” นั่นเองเป็นอีกก้าวเรื่องนอกสนามที่ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จหากลองย้อนกลับไปในยุคที่ฟุตบอล “เริ่มที่จะ” เป็นเงินเป็นทองนั้น “หงส์แดง” กำลังตะแคงฟ้า ยุคของ บิลล์ แชงคลี่ย์ ที่เริ่มประกาศศักดาทั้งในและนอกประเทศ จนกระทั่งซีซั่น 1973-74 “อัมโบร” คือ เจ้าแรกที่เข้ามาเซ็นสัญญาผลิตชุดแข่งให้กับ สโมสร

ปีแรกที่มี “คนมาจ่ายเงินทำเสื้อ” หงส์แดงของ แชงคลี่ย์ เดินหน้าคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ที่สนามเวมบลีย์ ด้วยการขยี้ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล แหลกคาแข้ง 3-0

การถ่ายทอดสดหนนั้น ส่งผลให้เสื้อทีมขายได้ดีเป็น เทน้ำเทท่า
จากนั้นปี 1979 “หงส์แดง” เป็นทีมแรกที่นอกจากจะมี
“สปอนเซอร์ทำเสื้อ” แถมยังมี “สปอนเซอร์ คาดหน้าอก” เมื่อทำสัญญากับ “ฮิตาชิ” ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติซามูไร เป็นเวลานาน 4 ปี
ข้อแม้ก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการถ่ายทอดสดในยุคนั้น ห้ามใส่เสื้อที่มี คาดหน้าอกลงแข่งขัน
จริงๆ แล้ว ทีมแรกที่เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับสปอนเซอร์คาดหน้าอก คือ “ไอ้หัวแกะ” ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ที่ทำสัญญากับ “SAAB” บริษัทรถชื่อดัง แต่ก็ไม่ได้ใส่ลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการ

ดังนั้นบันทึกนี้อันดับ 1 จึงเป็นของ ลิเวอร์พูล ไปโดยปริยาย
กระทั่งถึงปี 1985 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้จัดการทีมจาก โจ เฟแกน มาเป็น เคนนี่ ดัลกลิช ทีมก็เปลี่ยนผู้ผลิตเสื้อแข่งขันเช่นกัน โดยเซ็นสัญญากับ “อาดิดาส” ขาใหญ่จากเยอรมนี

ตอนนั้นกลายเป็นยุคแรกที่มีการเปลี่ยนชุดแข่งขันทุกปี นับตั้งแต่ซีซั่น 1985-86, 1986-87 และ1987-88 โดยคาดหน้าอกคือ “CrownPaints” ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 1983 จากนั้นในซีซั่น 1988-89 ก็เปลี่ยนคาดหน้าอกเป็น “CANDY” ที่ไม่ใช่ลูกอม….แต่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า

หลังจากเปลี่ยนเสื้อเหย้ามา 5 ซีซั่น ซ้อนๆ ลิเวอร์พูล มาใช้ชุด “ลายไผ่” หรือที่เรียกว่า “ลายขนนก” ในปี 1990 ที่ได้แชมป์ลีกหนสุดท้าย และใช้ต่อในปี 1991 ทีมก็มาเปลี่ยนชุดเหย้าในปี 1991-92 เป็นยุคที่ แกรม ซูเนสส์ เข้ามาคุมทีม

กระทั่งปีต่อมาผลิตภัณฑ์น้ำอำพัน “Carlsberg” เข้ามาคาดหน้าอก เป็นปีที่
ทีมฉลองครบรอบ 100 ปีพอดิบพอดี ทีมก็ใช้อาดิดาส มาจนถึงจบซีซั่น 1995-96
ก่อนมาเซ็นสัญญากับ “รีบอค” ในปี 1996 โดยทำสัญญากันยาว 10 ปี
การทำชุดแข่งกับรีบอคหนนี้ ทีมใช้เสื้อเหย้าชุดละ 2 ปี รวมทั้งสิ้น 5 ชุด แต่ทำชุดพิเศษนั่นคือชุดเตะเฉพาะศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และยูฟ่า คัพ อีก 2 ชุด

ถึงปี 2006 ทีมกลับไปเซ็นสัญญากับ อาดิดาส อีกครั้ง คราวนี้อยู่กันด้วย 6 ปี ทำชุดแข่งขันออกมา 3 ชุด คล้ายกับ รีบอค ที่ใส่ชุดละ 2 ซีซั่น

ที่สุดแล้ว จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี่ ประธานสโมสรคนใหม่ในสมัยนั้น(ปี 2010) ในช่วงที่กำลังอยู่ในการเจรจาสัญญาใหม่กับ อาดิดาส ที่ทำท่าจะไม่ต่อสัญญาด้วย ลงท้ายแล้ว เฮนรี่ เลือกไปที่ “วอร์ริเออร์ส” แบรนด์จากบอสตัน พร้อมกับได้เงิน 150 ล้านปอนด์ โดยทำสัญญา 6 ปี ซึ่งตอนนั้นถือว่าแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกเป็นรองแค่ บาร์เซโลน่า เพียงทีเดียว

อยู่กันได้ 3 ปีก็อัพเกรดมาเป็น “นิว บาลานซ์” ซึ่งก็ไม่ใช่อื่นไกล เพราะเป็นบริษัทแม่ของ “วอร์ริเออร์ส” นั่นเอง และสัญญากำลังจะหมดลงในซีซั่นหน้า

ท่ามกลางกระแสความนิยมยังล้นหลาม และมีผู้ให้การสนับสนุนอย่างมากมายต่อเนื่อง
ปริศนาของทีมตอนนี้นับจริงๆ เหลืออยู่แค่ 2 อย่างเท่านั้น
หนึ่งคือ ปีหน้าจะใช้แบรนด์ไหนอีกหนึ่งคือ ปีนี้จะได้แชมป์หรือไม่…..เท่านั้นเอง!!!
บรรยายใต้ภาพ
ชุดแข่งซีซั่นหน้าของลิเวอร์พูล ที่เปิดปรี-ออเดอร์แล้วหมดอย่างรวดเร็ว เป็นการตอบรับที่เหลือเชื่อตลอด 3 ซีซั่นที่ผ่านมา
ลิเวอร์พูล เป็นทีมแรกที่ได้คาดหน้าอกอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 1979 โดยมี ฟิล ธอมป์สัน กัปตันทีมเป็นนายแบบ ร่วมกับ โทนี่ ไบรน์ นางแบบชื่อดังในยุคนั้น

แบรนด์ที่ดีที่สุดของอินเตอร์แบรนด์ AXA ได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์ประกันภัยอันดับหนึ่งของโลก 10 ปีติดต่อกัน
“AXA” เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนชุดซ้อมของ ลิเวอร์พูล หลังจากเซ็นสัญญาเป็นครอบครัวหงส์แดงตั้งแต่ปลายปี 2018

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/nnd/2986018

Related links

เจ๋งสุดที่เคยเจอมา!เป๊ปซูฮกเกมรุกลิเวอร์พูลชุดนี้สุดโหด

โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ยกย่อง ลิเวอร์พูล ชุดนี้ว่าเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นเกมรุกโหดที่สุดเท่าที่ตนเคยเจอ พร้อมชมทีมของตนที่ยังลุ้นแชมป์แข่งกับ “หงส์แดง” ได้อย่างสูสีมาโดยตลอด

    โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า ลิเวอร์พูล ชุดนี้ถือเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นเกมรุกเก่งที่สุดเท่าที่ตนเคยเจอมา หลังจากทั้งคู่กำลังขับเคี่ยวลุ้นแชมป์กันอย่างสูสี

    ฤดูกาล 2018-19 ถือเป็นซีซั่นที่ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในลีก และทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี โดยตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ เป็นจ่าฝูงโดยที่นำหน้าอีกฝ่ายอยู่เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ซึ่งถ้าเกิดยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ เอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายนนี้ได้ พวกเขาก็จะกลับไปเป็นจ่าฝูงในสภาพที่ลงเล่นมากกว่า “เรือใบสีฟ้า” 1 เกม

    กวาร์ดิโอล่า กล่าวหลังพาทีมชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมาว่า “มัน (การที่ แมนฯ ซิตี้ มีลุ้นแชมป์ในตอนนี้) ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ฤดูกาลก่อนเราทำไป 100 คะแนน แถมยังต้องดวลกับ ลิเวอร์พูล ชุดที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขา รวมถึงเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นเกมรุกได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาด้วย”

    “การที่เรายังมีลุ้นแชมป์ทั้งที่ขาดหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดไปหลายนัด (หมายถึง เควิน เดอ บรอยน์) ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากๆ และผมก็เป็นหนี้บุญคุณนักเตะหลายคน แน่นอนว่าเราอยากได้แชมป์ แต่ผมจะไม่ตำหนิอะไรทั้งนั้นถ้าท้ายที่สุดแล้วเราคว้าแชมป์มาครองไม่ได้ เพราะผมจะให้เครดิตกับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก”

ที่มา Siamsport

Related links

กุญแจสำคัญอาจทำแมนซิตี้เสียท่าลิเวอร์พูล

เปิดกุญแจดอกสำคัญที่อาจทำให้ แมนฯ ซิตี้ เสียท่า ลิเวอร์พูล ในการแย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

     แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงอยู่ในเส้นทางที่จะสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นทีมแรกจากอังกฤษ ที่สามารถคว้าทั้ง 4 แชมป์ (พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ) ได้ในฤดูกาลเดียว

    ในเวลานี้ แมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์ไปแล้ว 1 ใบคือ คาราบาว คัพ (ลีก คัพ) ขณะที่ พรีเมียร์ลีก รั้งรองจ่าฝูง ตาม ลิเวอร์พูล 2 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ส่วน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอเตะรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้าน เอฟเอ คัพ มีโปรแกรมเจอ ไบรท์ตัน ในรอบรองชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 6 เม.ย.นี้

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” ก็คือยิ่งทีมได้ลุ้นแชมป์หลายรายการก็จะต้องมีโปรแกรมมากขึ้น โดยมีโอกาสลงเล่นถึง 64 เกมเลยทีเดียวหากเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในทุกรายการ ซึ่งมากสุดในบรรดาทีมบิ๊กซิกซ์ ขณะที่ ลิเวอร์พูล น้อยสุดแค่ 53 นัดเท่านั้น

    จำนวนเกมที่มีโอกาสลงเล่นมากสุดในฤดูกาลนี้ของบิ๊ก 6 พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ซิตี้ – 64
เชลซี – 63
สเปอร์ส – 58
อาร์เซน่อล – 57
แมนฯ ยูไนเต็ด – 55
ลิเวอร์พูล – 53 

    สำหรับทีมที่ทำสถิติลงสนามมากสุดในฤดูกาลเดียวนับตั้งแต่ที่ พรีเมียร์ลีก ใช้ระบบเล่น 38 นัดคือ เชลซี ที่ลงเตะทุกรายการไปถึง 69 เกม เมื่อฤดูกาล 2012-13

    อันดับทีมที่ลงเตะมากสุดในฤดูกาลเดียว

1. เชลซี – 69 (2012-13)
2. แมนฯ ยูไนเต็ด – 66 (2008-09)
3. เชลซี – 64 (2006-07)
3. แมนฯ ยูไนเต็ด – 64 (2016-17)
3. มิดเดิ้ลสโบรช์ – 64 (2005-06) 

ที่มา Siamsport

Related links

ใครจะอยู่จะไปในสายตาคล็อปป์ ? แข้งลิเวอร์พูลคนไหนจะได้ไปต่อซีซั่น 2019-20

ผลงานของทีมในฤดูกาลนี้ อาจจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการที่จะเก็บหรือขายนักเตะออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้ แน่นอนว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จำเป็นต้องคิดให้ถ้วนถี่ เพราะการที่จะพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องมีขุมกำลังที่พลั่งพร้อมที่จะลงสนามทดแทนกันและกันได้

     แน่นอนว่า ลิเวอร์พูล มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการที่พวกเขาดึงนักเตะใหม่มาเสริมทัพ แต่กระนั้นสิ่งที่น่ากังวลก็คือนักเตะที่มีอยู่ในปัจจุบัน (ที่ดึงตัวมาร่วมทีมซัมเมอร์ที่ผ่านมา และที่มีอยู่ดิม) ยังดีพอที่จะรักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้ได้อยู่หรือไม่ ผลงานในซีซั่นนี้น่าจะเป็นบทสรุปที่ดีที่สุด

ผู้รักษาประตู 

อลีสซง เบ็คเกอร์ : ไม่ต้องคิดอะไรมาก – เก็บเอาไว้ 

ซิมง มิโญเลต์ : นายทวารชาวเบลเยียม  แสดงใหเห็นถึงความเป็นมืออาชีพอย่างสูง นับตั้งแต่ที่โดนสโมสรเมินแม้พวกเขาจะปล่อย ลอริส คาริอุส ออกไปจากถิ่นแอนฟิลด์แล้วก็ตาม และนั่นทำให้เขาได้อยู่กับทีมต่อไป แน่นอนว่า มิโญเลต์ สมควรได้รับเครดิตจากความเป็นมืออาชีพ และโกล์วัย 31 ปี สมควรได้รับโอกาสที่จะย้ายไปที่อื่น – ขาย

กองหลัง

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ : บอกเลยว่าควรมีออปชั่นต่อสัญญายาว 10 ปี  – เก็บเอาไว้

เดยัน ลอฟเรน : ปราการหลังชาวโครเอเชีย เป็นกองหลังที่แข็งแกร่งมากๆ และเขาทำผลงานได้ดีเยี่ยมในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามนักเตะมักเจอปัญหาบาด และอาการป่วยรบกวน ทำให้ส่งผลกระทบการลงสนามอยู่บ้าน กระนั้นด้วยสัญญาที่เหลืออยู่ 2 ปี และหาก “หงส์แดง” อยากได้เงินค่าตัวสูง มีความเป็นไปได้ว่า ลอฟเรน จะโดนปล่อยตัว เพื่อทีมจะได้มีเงินสำหรับซื้อเซนเตอร์แบ็กคนใหม่ – ขาย

โจ โกเมซ : แข้งดาวรุ่งที่ฟอร์มร้อนแรงสุด และคาดว่าคงจะมีโชคเรื่องอาการบาดเจ็บอยู่บ้านในฤดูกาลหน้า – เก็บเอาไว้

โรแบร์โต้ โมเรโน่ : เขาอายุเพียง 26 ปีเท่านั้น ฉะนั้นยังมีเวลาที่จะพัฒนาและเจริญเติบโตในอาชีพพ่อค้าแข้งได้ แต่เขาคงจะต้องโบกมือลาทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เมื่อหมดสัญญา – ขาย

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน : ต้องบอกว่านี่คือนักเตะที่ลิเวอร์พูลขาดไม่ได้เลยในซีซั่นนี้ ฉะนั้นฤดูกาลหน้า โรเบิร์ตสัน ไม่ควรจะย้ายไปไหนทั้งสิ้น แต่กระนั้นผลงานของเขาต้องทำให้ อดัม ลูอิส ดาวรุ่งพุ่งแรงที่เพิ่งเลื่อนขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ต้องพบกับความยากลำบากในการได้รับโอกาสลงสนาม – เก็บเอาไว้ 

โฌเอล มาติป : จากตัวเลือกอันดับ 4 ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ตอนนี้เขาได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในฐานะคู่หู ฟาน ไดค์ แน่นอนว่า มาติป ยังเหลือสัญญากับทีม 1 ปี และถ้าเขาแฮปปี้กลับการไปเป็นตัวเลือกที่ 4 ก็ควรมีชื่อเจ้าตัวอยู่กับทีมในฤดูกาลหน้า – เก็บเอาไว้

คี-ยานา ฮูแฟร์ : ได้ร่วมฝึกซ้อมเต็มซีซั่นกับทีมสุดใหญ่ และมีลุ้นก้าวขึ้นมาเป็นเด็กมหัศจรรย์ของทีม – เก็บเอาไว้

ราฟาเอล คามาโช่ : เขามีโอกาสที่จะย้ายไปเล่นแบบยืมตัวในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคม แต่ตอนนี้เจ้าตัวอยู่กับ “หงส์แดง” และได้ลงเล่นทีมตัวจริง 2 แมตช์ในตำแหน่งแบ็กขวา แน่นอนว่าเขามีประโยชน์กับทีมจากเล่นในตำแหน่งอื่นๆ ก็ได้ – เก็บเอาไว้(แต่ปล่อยยืมตัว)

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ :  อยากจะรู้ว่าจะมีใครเห็นเขาย้ายไปเล่นที่อื่นไหม ? – เก็บเอาไว้

นาธาเนียล ไคลน์ : เขาเลือกย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล เพื่อไปเล่นแบบยืมตัวกับ บอร์นมัธ จนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ แต่น่าจะได้ย้ายแบบถาวรช่วงซัมเมอร์ – ขาย 

กองกลาง

ฟาบินโญ่ : เขาพัฒนาฝีเท้าดีขึ้นเรื่อยๆ ในฤดูกาลนี้ และดูเหมือนว่าจะกลายเป็นตัวหลักของทีมไปแล้ว – เก็บเอาไว้

จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : ต้องบอกว่าเลยนี่คือนักเตะคนสำคัญ และเป็นศูนย์กลางในแผนการสร้างทีมของ คล็อปป์ – เก็บเอาไว้

เจมส์ มิลเนอร์ : มีหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า มิลเนอร์ ยังมีสภาพร่างกายฟิตพอเล่นในระดับสูงต่อไปอีกไหม แต่จากการที่นักเตะมีออปชั่นขยายสัญญาไปถึงปี 2020 แน่นอนว่า มิลเนอร์ พร้อมที่จะอยู่กับทีมต่อไปจนกระทั่งอายุ 34 ปี ส่วนเรื่องสภาพความฟิตไม่มีปัญหาอยู่แล้ว – เก็บเอาไว้ 

นาบี เกอิต้า : ไม่ควรที่จะยกธงขาวสำหรับนักเตะเจ้าของค่าตัว 52 ล้านปอนด์ (ราว 2,132 ล้านบาท) เร็วเกินไป แต่ ลิเวอร์พูล คาดหวังให้นักเตะอยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า – เก็บเอาไว้   

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : แม้ว่า เฮนโด้ จะโดนโจมตีเรื่องฟอร์มการเล่น และบ้างครั้งมีการล้อเลียนว่าเมื่อไหร่ที่เขาไม่ได้ลงสนามทีมชนะแน่ แต่ เฮนเดอร์สัน ยังมีส่วนสำคัญกับทีมและความเป็นผู้นำจะช่วย “หงส์แดง” ได้เยอะ – เก็บเอาไว้ 

อดัม ลัลลาน่า : เขาเพิ่งจะแสดงให้เห็นคุณภาพชั้นยอดในการช่วยทีมคว้า 3 แต้มในเกมชนะเบิร์นลี่ย์ แต่มันคงยากจะได้เห็นเขาลงสนามหากนักเตะคนอื่นๆ ฟิตเต็มร้อย ด้วยสัญญาที่เหลืออยู่ 1 ปี อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายถ้าเขาย้ายทีม – ขาย 

อเล็กซ์ อ๊อกเลค-แชมเบอร์เลน : ช่วงปรีซีซั่นคงเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ สำรหับนักเตะเนื่องจากเขาไม่ได้ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ และมีความเป็นไปได้ที่จะได้อยู่กับทีมในฤดูกาลหน้า – เก็บเอาไว้

เซอร์ดาน ชากีรี่ : ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเนื่องจากช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ชากีรี่มีปัญหาบาดเจ็บ และฟอร์มตก แต่เขายังดีพอที่จะได้อยู่กับทีมต่อไป – เก็บเอาไว้ 

 เคอร์ติช โจนส์ :  แข้งดาวรุ่งที่น่าสนใจมากๆ และมีความมุ่งมั่นที่จะคว้าโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองช่วงปรีซีซั่น เพราะเขาเคยทำได้มาแล้วตอนที่อยู่ในอเมริกาเมื่อปีที่ผ่านมา การส่งไปเล่นแบบยืมตัวคงจะเป็นทางเลือกที่ต้องระมัดระวังให้ถ้วนพี่ แต่เขายังมีค่าสำหรับการอยู่กับทีม – เก็บเอาไว้ (แต่ส่งไปเล่นยืมตัว) 

มาร์โก กรูยิช : ยังคงเป็นนักเตะตัวความหวังในแอนฟิลด์ โดย ดาวเตะเซอร์เบีย ทำผลงานได้น่าประทับใจในการเล่นแบบยืมตัวที่ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ฤดูกาลนี้ แต่นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีเยี่ยมในการทำเงินจากนักเตะ – ขาย 

เบน วู้ดเบิร์น : แข้งเลือดเวลส์ ย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เพื่อไม่ให้นักเตะต้องเสียเวลาไปกับการอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง แต่นี่คือดาวรุ่งอีกคนที่ยังเหมาะสมที่จะได้อยู่กับทีม – เก็บเอาไว้ (แต่ส่งเล่นยืมตัว) 

แฮร์รี่ วิลสัน :วิลสันโชว์ฟอร์มได้ดีที่ ดาร์บี้ ทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ต้องตั้งคำถามเอาไว้ในใจว่าจะให้นักเตะย้ายไปเล่นแบบยืมตัวต่อไป หรือนำเขากลับมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ – เก็บเอาไว้ 

กองหน้า 

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : ไม่ต้องคิดมาก – เก็บเอาไว้ 

ซาดิโอ มาเน่ : ถ้าเขาย้ายทีมงานนี้ “เดอะ ค็อป” ก่อจลาจลแน่นอน – เก็บเอาไว้

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด ตกเป็นข่าวอยากได้นักเตะรายนี้เหลือเกิน แต่คำตอบก็คือไม่มีทาง – เก็บเอาไว้ 

แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ :เขากลับมามีอนาคตกับ “เดอะ เร้ดส์” หลังดูเหมือนหมดอนาคตกับทีมไปแล้ว แต่กระนั้นนักเตะคงไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างทีมของ คล็อปป์ – ขาย 

ไรอัน บรูว์สเตอร์ : ยังมีโอกาสในการเล่นทีมชุดใหญ่ลิเวอร์พูล ที่สำคัญ คล็อปป์ ค่อนข้างชื่นชอบนักเตะรายนี้พอสมควร – เก็บเอาไว้ 

ดิว็อค โอริกี้ :  เป็นนักเตะอีกคนที่น่าจะได้ลงเล่นตัวจริงหากอยู่กับสโมสรอื่น แต่กระนั้นเขาก็ทำให้แฟนบอล “หงส์แดง” มีความสุขโดยเฉพาะในเกมที่ชนะ เอฟเวอร์ตัน ช่วงต้นซีซั่น อย่างไรก็ตามการที่สัญญาของนักเตะจะหมดลงในฤดูกาลหน้า แน่นอนว่าเขาอาจจะได้รับอนุญาตให้ย้ายทีมเพื่อที่จะได้มีพื้นที่ว่างให้ คล็อปป์ ซื้อกองหน้าตัวใหม่เข้ามาเสริมทัพ – ขาย 

ที่มา Siamsport

Related links