ไวจ์นัลดุมเผยเองคิดเรื่องต่อสัญญาลิเวอร์พูลหรือยัง?

หลังจากข้อตกลงฉบับปัจจุบันใกล้ที่จะหมดลง ล่าสุด จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล ก็ออกมาบอกเองว่ายังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย เพราะอยากทำผลงานให้ดีก่อน พร้อมบอกว่าไม่ขัดข้องอะไรที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะให้เฉพาะนักเตะเยาวชนลงเล่นนัดรีเพลย์ของ เอฟเอ คัพ รอบ 4

    จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลาง ลิเวอร์พูล กล่าวว่าตนยังไม่ได้คิดถึงการเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่แต่อย่างใด แม้ว่าเขากำลังจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 ก็ตาม

    ไวจ์นัลดุม กลายเป็นหนึ่งในกำลังหลักของ “หงส์แดง” จนช่วยให้ทีมทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดช่วงที่ผ่านมา แต่การที่สัญญาของเขากำลังจะหมดลงมันก็ทำให้อนาคตของเจ้าตัวถูกพูดถึงมากในระดับหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะปล่อย ไวจ์นัลดุม ออกจากทีม ถ้าหากเจ้าตัวตัดสินใจที่จะอำลายอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ด้วย

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/171917

Related links

“คล็อปป์” เชิญแฟน”เดอะ ค็อป” ร้องเพลงฉลองแชมป์ แต่ทีมยังห้ามฉลอง!!

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ยอมรับแฟนๆ มีสิทธิ์ฉลองแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซึ่งรอคอยมานาน 30 ปี ล่วงหน้า แต่กำชับลูกทีมอย่าหลงระเริง หลังนำจ่าฝูงด้วยช่องว่าง 16 แต้ม

ประตูช่วงต้นและท้ายเกมของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก เซ็นเตอร์แบ็ก และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าชาวอียิปต์ ทำให้ “หงส์แดง” เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ที่สนามแอนฟิลด์ วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม เก็บชัยเกมที่ 13 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ทั้งคู่เสมอกัน 1-1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เดือนตุลาคม 2019

หลังจาก ซาลาห์ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายนาที 90+4 ด้วยการวางบอลยาวของ อลิสสัน นายทวารบราซิเลียน เหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” ร้องเพลงประกาศศักดา “we are going to win the league (เราจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก)” ครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2019-20

อย่างไรก็ตาม บิ๊กบอสชาวเยอรมัน ไม่คล้อยตามอารมณ์กองเชียร์ เนื่องจากอาจสร้างความกดดันแก่นักเตะ และมองถึงโปรแกรมต่อไป เยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่สนาม โมลินิวซ์ สเตเดียม วันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค.

คล็อปป์ วัย 52 ปี กล่าว “พวกเขามีสิทธิ์ฝัน และร้องเพลง ตราบใดที่พวกเขายังทำหน้าที่ของตัวเองช่วงเวลาเดียวกับที่เราลงสนาม ผมไม่มีความเห็นใดๆ ไม่ว่าเราจะคล้อยตามหรือไม่ ผมไม่แคร์เลย”

“สิ่งสำคัญอันดับแรก นี่คือ พรีเมียร์ ลีก เราต้องเจอ วูล์ฟสฯ วันพฤหัสบดีนี้ นั่นเป็นเกมที่ท้าทายสำหรับเรา ผมไม่มีช่องว่างในสมองจะครุ่นคิดประเด็นอื่น” อดีตเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทิ้งท้าย

ด้าน โอเล กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ยูไนเต็ด ยอมรับการเสียประตูเร็วจากเตะมุม เป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน “เกมไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ มีหลายจังหวะที่น่าผิดหวัง เพราะคุณคงไม่ชอบเสียประตูจากลูกตั้งเตะ เราดูดีช่วง 30 นาทีสุดท้าย แต่ขาดประสิทธิภาพทั้งการผ่านบอล และยิงประตู”

ที่มา https://www.pptvhd36.com/sport/news/117977

Related links

ลิเวอร์พูลระวัง! 2อันดับแรกโดนมาแล้ว แมนยูจอมหยุดสถิติไร้พ่าย

แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะกำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนไม่แพ้ใครในลีกมา 38 เกมติด แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด คู่แข่งของพวกเขาในวันอาทิตย์นี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องหยุดสถิติดังกล่าว เพราะเคยหยุดสถิติการไร้พ่ายนานสุดทั้ง 2 อันดับแรกมาแล้ว

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เคยหยุดสถิติการไร้พ่ายติดต่อกันยาวนานที่สุดทั้ง 2 อันดับแรกในประวัติศาสตร์ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาแล้ว หลังจากที่ทัพ “ปีศาจแดง” มีคิวไปเยือน ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคมนี้

    ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังรั้งอันดับ 3 ในชาร์ตการไม่แพ้ใครติดต่อกันนานที่สุดของ พรีเมียร์ลีก ที่จำนวน 38 นัด โดยอันดับ 1 ในชาร์ตดังกล่าวคือ อาร์เซน่อล ที่เคยไร้พ่ายในลีก 49 เกมติดภายใต้การคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ส่วนที่ 2 คือ เชลซี ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เคยไม่แพ้ใคร 40 เกมรวด

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เคยเป็นทีมที่หยุดสถิติไร้พ่ายของ อาร์เซน่อล และ เชลซี มาแล้ว โดยในรายของ “ไอ้ปืนใหญ่” เป็นเกมที่ทีมของกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ อาร์เซน่อล 2-0 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ปี 2004 ซึ่งวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูจากลูกจุดโทษของ รุด ฟาน นิสเตลรอย ในนาทีที่ 73 และผลงานของ เวย์น รูนี่ย์ ในช่วงท้ายเกม แต่มันก็เป็นนัดที่เกิดเรื่องฉาวตามมาเหมือนกัน อย่างเช่นการที่ เชส ฟาเบรกาส ปาพิซซ่าไปโดน เฟอร์กูสัน เป็นต้น จนทำให้เกมนี้มีฉายาว่า “สงครามแห่งบุฟเฟ่ต์”

    สำหรับรายของ เชลซี นั้น ถูกหยุดสถิติเอาไว้ในวันที่ 6 พฤศจิกายน ปี 2005 โดยวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชนะไป 1-0 จากประตูของ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ตั้งแต่นาทีที่ 31

    ทั้งนี้ ที่จริงเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เคยเกือบจะเบรกสถิติการไร้พ่ายติดต่อกันในลีกของ ลิเวอร์พูล เอาไว้ที่ 25 นัด หลังจากวันนั้นพวกเขาได้ประตูขึ้นนำจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ในนาทีที่ 36 และรักษาสกอร์เอาไว้ได้เป็นเวลานาน ก่อนที่ “หงส์แดง” จะตีเสมอได้จาก อดัม ลัลลาน่า ในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม

ที่มา siamsport

Related links

อลีสซงเผยปรัชญาคล็อปป์กระตุ้นลูกทีม

อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารทีมชาติบราซิลของ ลิเวอร์พูล เผยคำพูดปรัชญาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ที่ใช้กระตุ้นลูกทีมภายในห้องแต่งตัว ซึ่งทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และไม่เคยหวาดหวั่นเมื่อต้องแบกรับแรงกดดันจากการที่ถูกคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จเหมือนกับทีมชุดพี่ยุคครองจ้าวลูกหนังเมืองผู้ดี และในยุโรป

               อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดเผยถึงปรัชญาที่แสนล้ำลึกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมที่มักจะกระตุ้นบรรดาแข้ง “หงส์แดง” ภายในห้องแต่งตัว จนทำให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อในช่วงที่ผ่านมา

               หลายครั้งที่ทีมลิเวอร์พูลในชุดก่อนๆ มักจะโดนนำไปเปรียบเทียบกับทัพ “เดอะ เร้ดส์” ยุคเกรียงไกร แต่สำหรับทีมชุดปัจจุบันซึ่งพวกเขาเพิ่งจะผงาดคว้าแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ หรือสโมสรโลก ครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร ทำให้ทีมคว้าแชมป์รายการสำคัญได้ครบถ้วน 

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/166942

Related links

14 แต้มแล้ว

สองเกมที่น่าติดตามคงต้องเป็นคู่ลุ้นแชมป์ ลิเวอร์พูลลงสนามก่อน แมนฯซิตี้ สองชั่วโมงเยือนบอร์นมัธ จากนั้นแมนฯซิตี้ รับมือ แมนฯยูฯ นี่คือสองเกมที่มีผลตรงต่อกัน พร้อมทั้งเข้าสู่เดือนธันวาคมมหาสนุกแล้วนั่นเอง

    ผมเองนั่งชมสองเกมในสตูดิโอ รอการวิเคราะห์ มีคุณณัฐพร พันฤทธิ์ อดีตกองหลังทีมชาติไทย ที่มีส่วนทำให้ทีมชาติไทยได้เหรียญทองซีเกมส์ในบ้านเวียดนาม ลูกยิงโกลเด้น โกล ของเขายังคงอยู่ในความทรงจำผู้คนมากมาย คิดดูลูกสาวยังชื่อน้อง ซีเกมส์

    แทกติกเจเค 4-3-3 กับชุดผสม

ดู11 คนแรกเห็นชัดเจนว่าปรับทีมเพื่อสภาพร่างกายพร้อมรับมือเกมที่จะสู้อย่างต่อเนื่องในเดีอนธันวาคม โจ โกเมซ แทน เทรนท์ อีกสามคนเหมือนเดิม แดนกลางเลือก เจมส์ มิลเนอร์, เฮนโด และ เกอิตา ลงพร้อมกัน

    ตัวทำข้างหน้า อ๊อกส์ ลงมาเล่นกับ ฟีร์มีโน และ ซาลาห์ ถ้าเทียบจากกลางสัปดาห์คือเปลี่ยน 7 คนด้วยกัน ตัวท็อปฟอร์มนั่งดูข้างสนามหมดทั้ง ชากิรี, มาเน่ และ โอริกี้ ถ้าดูการประสานงานของแนวรุกทั้งแผงและแดนกลาง “ไม่สัมพันธ์กัน”

ฟีร์มีโน, อ๊อกส์​ไม่มีส่วนกับเกมมากนัก แถมแดนกลาง ดูตื้อๆ พยายามปั้นเกมแต่ แแนวรับเจ้าบ้านทำได้ดี เกอิต้า เสียบอลแดนกลาง เฟรเซอร์ ตัดได้ แทงทะลุ วิลสัน จับบอลได้ หน้าเขตโทษ จังหวะจะเข้าไปยิง โดน ฟานไดจ์ เสียบที่บอล ….รอดตัวไป จากนั้นรูปเกมมีจังหวะเปลี่ยน

    บอร์นมัธ 4-4-2 “รัดกุม30นาที”

    จากปัญหาการบาดเจ็บของนักเตะหลายคนทำให้ เอ็ดดี้ ฮาว ต้องปรับทีมตั้งแต่เกมรับจนถึงแนวรุก ประตู แรมส์เดล เฝ้าเสา กองหลังสี่คนนำโดย ไซมอน ฟรานซิส ยืนกับ อาเก แบกสองข้าง เมปแฮม กับ ริโก กลางรับคู่กัน เลอมา กับ บิลลิง ปีกขวา เฟรเซอร์ และ โกรเนวาลด์ หน้าคู่ วิลสัน กับ โซลันกี้ …นัดนี้ แฮร์รี วิลสัน หมดสิทธิ์ลงเล่นเพราะยังอยู่ในสัญญายืมตัวจากลิเวอร์พูล (parent club)นั่นเอง ส่วน โจชัว คิง เจ็บหมดสิทธิ์ลงเช่นกัน

    วิธีการเล่นของเจ้าบ้านคือรับในแดน กลางสี่คนยืนบังทางลิเวอร์พูลชั้นแรกก่อนสี่แนวรับ ปิดพื้นที่ด้านข้าง มีจังหวะสวนกลับ หรือไม่ก็เพรสซิงแดนบน ทำให้ 25 นาทีแรกหงส์แดงเจาะไม่ได้เลยจากชุดนี้ มีจังหวะยิงจาก มิลเนอร์​ในเขตโทษหลุดกรอบออกไป ถือว่าแทกติกของ ฮาว เน้นความรัดกุม จัดระเบียบรับสองชั้น เพื่อให้เข้าไปยาก ปิดพื้นที่ด้านข้าง ถือว่าพวกเขาสู้ได้ดีถึง 35 นาที ก่อนเสียประตูแรก

    อาเก้ ออก….เกมรับบอร์นมัธ พัง

    ส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับคือว่าการบาดเจ็บของ เนธาน อาเก้ เซนเตอร์ตัวหลักของพวกเขาในนาทีที่ 33 เอดดี ฮาว ต้องเปลี่ยน แจ๊ค ซิมพ์สัน เซนเตอร์วัย 22 ปี ที่ลงเล่นมาสองนัดก่อนหน้านี้ ลงมาเล่นปุ๊ปเสียประตูปั๊ป จังหวะยืนคู่ เมปแฮม ครั้งแรก
    โดนเลย เฮนโด้ เปิดบอลจากแดนลิเวอร์พูลข้ามไลน์สี่กองหลังให้ อ๊อกส์​สอดเข้าไปยิงงดงามมาก จากนั้นก็เละครับแนวรับบอร์นมัธ ได้คู่เซนเตอร์ที่พึ่งเล่นด้วยกันครั้งแรก ที่สำคัญ การไม่มี อาเก้ คือจุดที่ทำให้กองหลังของ ฮาว ยืนมีช่องว่างไม่เป็นขบวน

    โดยเฉพาะลูกสอง ไปรุม ซาลา สองคน แต่ไม่ประกบไม่ทำอะไรเลย จึงโดนตอกสั้นง่ายๆ ให้ เกอิตา ที่ ให้บอลแล้ววิ่งเข้าเขตโทษ เกอิต้า ดีดเข้าไปง่าย 2-0

    ครึ่งหลังเล่นไป7-8 นาที ซิมพ์สัน จ่ายพลาดโดน เกอิต้า ตัดได้แล้วจ่ายทะลุช่อง เซนเตอร์ เมปแฮม กับแบกขวา ฟรานซิส ซึ่ง ซาลา ขยับให้เห็น วิ่งแบบ blind side run หลุดเข้าไปตวัดยิงด้วยซ้ายง่ายๆ 3-0

    สามประตูที่ยากลำบากใน 33 นาทีแรกมาได้ง่ายๆ หลังจาก อาเก้ เจ็บในครึ่งชั่วโมงแรก การยืนตำแหน่งของเซนเตอร์ที่ไม่เคยเล่นด้วยกัน แถม “นายใหญ่” แผงหลังหายไปแบบนี้ เจอกับ แนวรุกอันน่าสะพรึงกลัว ของลิเวอร์พูล ก็ต้องยอมรับสภาพตามนั้น

    เจเค “ต้อง” โรเตชัน….

หลังจากชนะเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ ด้วยโรเตชั่นสี่คน เกมนี้ปรับเปลี่ยน 7 คนจากชุดถล่มทอฟฟี รวมแล้วเจเคใช้นักเตะใน 16 เกมแรก 21 คน เล่นตัวจริง 16นัด มี2 คน ฟานไดจ์, รอบโบ้

    เล่นทุกนัด มี เทรนท์ ด้วย โดยนัดนี้ลงแทน ลอฟเรน ที่เจ็บ ปรับโกเมส ยืนเซนเตอร์ ส่วน ฟีร์มีโน 16 นัด ตัวจริง14 สำรองสองนัด

    มาเน่ลง 15 นัดตัวสำรองหนึ่งนัด ที่เหลือ เฮนโด15 ตัวจริงโดนเปลี่ยนออก 4 นัด กลุ่ม12-13นัดมี ซาลาห์, ฟาบินโญ ผู้รักษาประตูแบ่งกันคนละครึ่ง เบคเกอร์, อาเดรียน ส่วนตัวสำรองทดแทน

    อ๊อกส์,โอริกิ , มิลเนอร์, เกอิตา,ลัลลานา, ลอฟเรน, มาติป , ชาคิรี่ ,โกเมซ เริ่มลงสนามต่อเนื่อง โดยคนที่ 21 ล่าสุดเป็น เคอร์ติส โจนส์ ลงมาเล่น 15 นาทีสุดท้าย โจนส์ ลงมาเล่นมิดฟิลด์ เปลี่ยน รอบโบ พัก ขยับ มิลเนอร์ ยืนแทน

    เกอิต้า….มิติแดนกลาง

    การใช้เกอิต้า ลงเล่นตรงนี้ เพิ่มมิติเกมรุกตรงกลางขึ้นมา เขาจ่ายช่องระหว่างแนวรับได้ดี ทำให้ ซาลาห์ ตัดเข้ามาใน ประสานงานได้ มีส่วนกับลูก 2-0 จุดที่ต้องระวังคือ เมื่อ เกอิตา เสียบอล …โดนสวนกลับทันที

    นัดนี้ต้องยอมรับว่า บอร์นมัธ ไม่พร้อม ถือว่าได้เทสต์ มิติเกมรุกตรงนี้ รอดูว่าระยะยาว จะไปได้ดีขนาดไหน

    เด็กหงส์ “โหดจัด “

    แบบนี้คือสิ่งที่แฟนบอลรอดู การเล่นที่ต้องเหี้ยมโหด ในจังหวะที่คู่แข่งขันไม่พร้อม ทีมรับมี อาเก้ คนเดียว ไว้ใจได้และคุมทีมรับได้ดี,​ ข้างหน้าเดี้ยงต้องใช้ผู้เล่นเท่าที่มีอยู่ลง สนาม คือบอร์นมัธ ไม่พร้อมเรื่องสภาพทีม ยิ่งกว่านั้นพอเล่นไป อาเก เดี้ยงเฉย

เด็กหงส์ จึงจัดการยิงประตูอย่างเด็ดขาดสองลูกและมีลูกสามครึ่งหลัง คุมสถานะการณ์ สร้างโอกาสได้ เรื่อยๆ ผู้บรรยายฝรั่งพูดว่า Liverpool’s so relentless อันหมายถึง ไม่ปราณี ผ่อนปรนใดๆทั้งสิ้น

ที่มา https://www.siamsport.co.th/column/detail/72672

Related links

ลิเวอร์พูลเลือกแล้วใครคุมทัพฟัดวิลล่าเกมคาราบาวคัพ

ลิเวอร์พูล ตัดสินใจให้ นีล คริตช์ลี่ โค้ชรุ่นยู 23 ทำหน้าที่คุมทัพ “เดอะ เร้ดส์” บุกเยือน “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกคาราบาว คัพ วันที่ 17 ธ.ค.นี้ โดยเหตุผลเพราะเจ้าตัวคุ้นเคยกับนักเตะที่จะใช้งานในเกมกับ “สิงห์ผงาด”

    ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันจะให้  นีล คริตช์ลี่ โค้ชทัพ “หงส์แดง” รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงทำหน้าที่กุมบังเหียนทีมชุดทำศึกกับ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ที่วิลล่า พาร์ค เกมคาราบาว คัพ วันที่ 17 ธันวาคมนี้

    อิงลิช ฟุตบอล ลีก (อีเอฟแอล) ฝ่ายจัดการแข่งขันรายการคาราบาว คัพ ที่ยินดีให้ ลิเวอร์พูล แบ่งทีมเป็นสองชุด โดยทีมชุดหนึ่งลงเล่นกับ วิลล่า ขณะที่อีกชุดต้องเดินทางไปประเทศกาตาร์ เพื่อทำลงแข่งรอบรองชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น

    ในตอนแรกนายใหญ่ชาวเยอรมัน คิดจะให้ เปปิน ลินเดอร์ส ผู้ช่วยของเขาชาวฮอลแลนด์ ทำหน้าที่คุมทัพ “เดอะ เร้ดส์” เพื่อลงเล่นเกมถ้วยใบเล็กประเทศอังกฤษ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่สุดท้ายแล้วเขาตัดสินใจให้ คริตช์ลี่ รับหน้าที่สำคัญนี้ เนื่องจากนักเตะชุดที่จะสู้กับ วิลล่า เป็นแข้งดาวรุ่งที่เจ้าตัวคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/league-cup/view/162236

Related links

ส.บอลอียิปต์ แถลงยัน “ซาลาห์” เจ็บข้อเท้า – ลิเวอร์พูล ลุ้นหายทันเกม พาเลซ

สมาคมฟุตบอลอียิปต์ แถลงยืนยันว่า ‘ซาลาห์’ ไม่ผ่านทดสอบความฟิตจากอาการบาดเจ็บข้อเท้า พลาดลงช่วยทีมในเกมอุ่นเครื่องทั้ง 2 นัด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายจากเกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 จากการปะทะกับ แฟร์นานดินโญ่ ซึ่งเป็นการเจ็บซ้ำที่เดิมจากเดือนตุลาคม ในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้

ที่มา https://www.pptvhd36.com/

Related links

เคล็ดลับโกงตาย!เผยเหตุผลลิเวอร์พูลพลิกสถานการณ์ท้ายเกม

สาเหตุที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล มักจะพลิกสถานการณ์ได้นั้น เป็นเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของพวกเขามักจะจัดการซ้อมในสภาพที่ต้องเปิดเกมบุกโดยที่อยู่ในสภาพที่เสียเปรียบด้วย

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สั่งให้ลูกทีมลงซ้อมในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องเปิดเกมบุกในสภาพที่เสียเปรียบอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ทีมมีประสบการณ์และเรียนรู้วิธีที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ชนะ ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดัง

    ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูในช่วงท้ายเกม หรือไม่ก็แซงกลับมาเป็นฝ่ายชนะทั้งที่โดนนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมได้หลายนัด อย่างเช่นเกมลีกนัดเฉือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 ที่เสียประตูให้ “ไก่เดือยทอง” ตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 นาทีดี แต่มาได้ 2 ประตูในช่วงครึ่งหลัง, เกม คาราบาว คัพ รอบ 4 ที่ตีเสมอ อาร์เซน่อล เป็น 5-5 ได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนจะไปชนะในช่วงดวลจุดโทษ และเกมลีกนัดล่าสุดที่ตอนแรกตามหลัง แอสตัน วิลล่า 0-1 เป็นเวลานาน แต่มาได้ประตูในนาทีที่ 87 กับช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เป็นต้น

สำหรับวิธีการซ้อมในสภาพที่เสียเปรียบพร้อมกับต้องเล่นเกมรุกไปด้วยก็มีหลายแบบ อย่างเช่น คล็อปป์ จะให้นักเตะในเกมรุกมีจำนวนผู้เล่นน้อยกว่าเกมรับ หรือไม่ก็ให้ทีมฝั่งหนึ่งมีผู้เล่น 11 คน แต่ฝั่งหนึ่งมีผู้เล่นแค่ 9 คน แถมฝั่งที่มีผู้เล่น 11 คนยังได้สกอร์นำ 3-1 ตั้งแต่ก่อนเริ่มซ้อมด้วย โดยมันเป็นเหมือนการฝังความรู้สึกให้กับนักเตะไปในตัวว่าการทำประตูเพิ่มได้แค่ลูกเดียวมันถือว่าไม่เพียงพอ ทั้งที่ตามปกติแล้วในการแข่งขันจริงๆ นั้น ทีมที่เหลือนักเตะน้อยกว่าก็มักจะพอใจหากทำประตูได้เพียง 1 ลูก ซึ่ง ดิ แอธเลติก เสริมว่า คล็อปป์ จัดรูปแบบการซ้อมอย่างนี้มาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน

ที่มา siamsport

Related links

ส่งกลับลิเวอร์พูล!เบซิคตัสเล็งยกเลิกสัญญายืมคาริอุสม.ค.นี้

ทาฟคิม สื่อของประเทศตุรกี ตีข่าว เบซิคตัส อยากยกเลิกสัญญายืมตัวของ ลอริส คาริอุส เร็วกว่ากำหนดในช่วงเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่บิ๊กบอสของทีมในแดนไก่งวงอยากสร้างทีมขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะได้กลับมามีผลงานที่ยอดเยี่ยม

    เบซิคตัส สโมสรแกร่งแห่งศึก ซูเปอร์ลีก ตุรกี ต้องการยกเลิกสัญญายืมตัวของ ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูที่ยืมมาจาก ลิเวอร์พูล และส่งเขากลับไปอยู่กับ “หงส์แดง” ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสอง ช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ ทาฟคิม สื่อของแดนไก่งวง

    ถึงแม้ในฤดูกาล 2017-18 คาริอุส จะเล่นได้ดีขึ้นกว่าซีซั่นก่อนหน้านั้น แต่เขาก็ยังไม่มีความคงเส้นคงวามากเท่าที่ควร โดยเฉพาะในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศที่เล่นพลาดจนทำให้ทีมแพ้ เรอัล มาดริด 1-3 ซึ่งนั่นก็ทำให้ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2018  “หงส์แดง” ทุ่มเงินสูงถึง 66.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,538.4 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารชาวบราซิเลียนเข้ามาเป็นมือ 1 ของทีมแทนที่เขา และส่งผลให้ คาริอุส ต้องมาซบ เบซิคตัส ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี เพื่อหาโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริง

    ทั้งนี้ นายด่านชาวเยอรมันมีทั้งชอตที่เล่นพลาดแบบน่าเหลือเชื่อ และชอตซูเปอร์เซฟในตอนที่เล่นกับ เบซิคตัส ถึงกระนั้น มันก็ยังถือว่าเขาเสียประตูเยอะในระดับหนึ่ง โดยซีซั่น 2018-19 แม้ว่า เบซิคตัส จะได้อันดับ 3 แต่ก็เสียประตูในลีก 46 ลูก จนทำให้ถือเป็นฤดูกาลที่ทีมเสียประตูในลีกมากที่สุด นับตั้งแต่ที่โดนยิงไป 49 หนในฤดูกาล 2012-13 ส่วนในซีซั่น 2019-20 เบซิคตัส ก็เสียไปแล้ว 12 ประตู จากการลงเล่นในลีก 9 นัด และปัจจุบันก็อยู่ที่ 8 ของตารางคะแนน

ที่มา siamsport

Related links

ลุ้น!คล็อปป์ไม่ชัวร์โรเบิร์ตสันบู๊นาโปลีไหว

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าไม่มั่นใจว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งจะลงเล่นในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี นัดเยือน นาโปลี ในวันอังคารที่ 17 กันยายนนี้ได้รึเปล่า

    ก่อนหน้านี้ โรเบิร์ตสัน ยังลงเล่นแบบเต็มเกมในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมาได้ และดูเหมือนว่าจะพร้อมช่วยทีมในนัดแรกของการป้องกันแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยถึงเขาจะมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากเกมทุบ “สาลิกาดง” แต่เจ้าตัวก็ยังมีชื่อติดทีมเดินทางไปยังเมืองเนเปิ้ลส์ด้วย จนทำให้ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด คล็อปป์ เปิดเผยเองว่า โรเบิร์ตสัน ไม่ได้ลงซ้อมกับทีมที่ เมลวู้ด เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา โดยถึงแม้อาการของดาวเตะชาวสกอตต์จะไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร แต่มันก็ยังไม่ชัวร์ว่าเขาจะฟิตพอสำหรับการช่วยทีมรึเปล่า

    กุนซือชาวเยอรมันให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรว่า “วันนี้ ร็อบโบ้ ไม่ได้ลงซ้อมกับเรา และเราก็ต้องรอดูกัน (ว่า โรเบิร์ตสัน จะลงเล่นได้หรือไม่) คือที่จริงมันก็ไม่ใช่อาการบาดเจ็บที่หนักหนาสาหัสอะไรหรอก มันเป็นเหมือนการป้องกันไว้ก่อนมากกว่า แต่ผมก็ไม่มั่นใจแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ (ถึงเรื่องที่ โรเบิร์ตสัน จะลงเล่นได้รึเปล่า) เราจะทำการตรวจกันในวันพรุ่งนี้ แล้วจากนั้นก็จะได้รู้กันเอง”

ที่มา siamsport

Related links