14 แต้มแล้ว

สองเกมที่น่าติดตามคงต้องเป็นคู่ลุ้นแชมป์ ลิเวอร์พูลลงสนามก่อน แมนฯซิตี้ สองชั่วโมงเยือนบอร์นมัธ จากนั้นแมนฯซิตี้ รับมือ แมนฯยูฯ นี่คือสองเกมที่มีผลตรงต่อกัน พร้อมทั้งเข้าสู่เดือนธันวาคมมหาสนุกแล้วนั่นเอง

    ผมเองนั่งชมสองเกมในสตูดิโอ รอการวิเคราะห์ มีคุณณัฐพร พันฤทธิ์ อดีตกองหลังทีมชาติไทย ที่มีส่วนทำให้ทีมชาติไทยได้เหรียญทองซีเกมส์ในบ้านเวียดนาม ลูกยิงโกลเด้น โกล ของเขายังคงอยู่ในความทรงจำผู้คนมากมาย คิดดูลูกสาวยังชื่อน้อง ซีเกมส์

    แทกติกเจเค 4-3-3 กับชุดผสม

ดู11 คนแรกเห็นชัดเจนว่าปรับทีมเพื่อสภาพร่างกายพร้อมรับมือเกมที่จะสู้อย่างต่อเนื่องในเดีอนธันวาคม โจ โกเมซ แทน เทรนท์ อีกสามคนเหมือนเดิม แดนกลางเลือก เจมส์ มิลเนอร์, เฮนโด และ เกอิตา ลงพร้อมกัน

    ตัวทำข้างหน้า อ๊อกส์ ลงมาเล่นกับ ฟีร์มีโน และ ซาลาห์ ถ้าเทียบจากกลางสัปดาห์คือเปลี่ยน 7 คนด้วยกัน ตัวท็อปฟอร์มนั่งดูข้างสนามหมดทั้ง ชากิรี, มาเน่ และ โอริกี้ ถ้าดูการประสานงานของแนวรุกทั้งแผงและแดนกลาง “ไม่สัมพันธ์กัน”

ฟีร์มีโน, อ๊อกส์​ไม่มีส่วนกับเกมมากนัก แถมแดนกลาง ดูตื้อๆ พยายามปั้นเกมแต่ แแนวรับเจ้าบ้านทำได้ดี เกอิต้า เสียบอลแดนกลาง เฟรเซอร์ ตัดได้ แทงทะลุ วิลสัน จับบอลได้ หน้าเขตโทษ จังหวะจะเข้าไปยิง โดน ฟานไดจ์ เสียบที่บอล ….รอดตัวไป จากนั้นรูปเกมมีจังหวะเปลี่ยน

    บอร์นมัธ 4-4-2 “รัดกุม30นาที”

    จากปัญหาการบาดเจ็บของนักเตะหลายคนทำให้ เอ็ดดี้ ฮาว ต้องปรับทีมตั้งแต่เกมรับจนถึงแนวรุก ประตู แรมส์เดล เฝ้าเสา กองหลังสี่คนนำโดย ไซมอน ฟรานซิส ยืนกับ อาเก แบกสองข้าง เมปแฮม กับ ริโก กลางรับคู่กัน เลอมา กับ บิลลิง ปีกขวา เฟรเซอร์ และ โกรเนวาลด์ หน้าคู่ วิลสัน กับ โซลันกี้ …นัดนี้ แฮร์รี วิลสัน หมดสิทธิ์ลงเล่นเพราะยังอยู่ในสัญญายืมตัวจากลิเวอร์พูล (parent club)นั่นเอง ส่วน โจชัว คิง เจ็บหมดสิทธิ์ลงเช่นกัน

    วิธีการเล่นของเจ้าบ้านคือรับในแดน กลางสี่คนยืนบังทางลิเวอร์พูลชั้นแรกก่อนสี่แนวรับ ปิดพื้นที่ด้านข้าง มีจังหวะสวนกลับ หรือไม่ก็เพรสซิงแดนบน ทำให้ 25 นาทีแรกหงส์แดงเจาะไม่ได้เลยจากชุดนี้ มีจังหวะยิงจาก มิลเนอร์​ในเขตโทษหลุดกรอบออกไป ถือว่าแทกติกของ ฮาว เน้นความรัดกุม จัดระเบียบรับสองชั้น เพื่อให้เข้าไปยาก ปิดพื้นที่ด้านข้าง ถือว่าพวกเขาสู้ได้ดีถึง 35 นาที ก่อนเสียประตูแรก

    อาเก้ ออก….เกมรับบอร์นมัธ พัง

    ส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับคือว่าการบาดเจ็บของ เนธาน อาเก้ เซนเตอร์ตัวหลักของพวกเขาในนาทีที่ 33 เอดดี ฮาว ต้องเปลี่ยน แจ๊ค ซิมพ์สัน เซนเตอร์วัย 22 ปี ที่ลงเล่นมาสองนัดก่อนหน้านี้ ลงมาเล่นปุ๊ปเสียประตูปั๊ป จังหวะยืนคู่ เมปแฮม ครั้งแรก
    โดนเลย เฮนโด้ เปิดบอลจากแดนลิเวอร์พูลข้ามไลน์สี่กองหลังให้ อ๊อกส์​สอดเข้าไปยิงงดงามมาก จากนั้นก็เละครับแนวรับบอร์นมัธ ได้คู่เซนเตอร์ที่พึ่งเล่นด้วยกันครั้งแรก ที่สำคัญ การไม่มี อาเก้ คือจุดที่ทำให้กองหลังของ ฮาว ยืนมีช่องว่างไม่เป็นขบวน

    โดยเฉพาะลูกสอง ไปรุม ซาลา สองคน แต่ไม่ประกบไม่ทำอะไรเลย จึงโดนตอกสั้นง่ายๆ ให้ เกอิตา ที่ ให้บอลแล้ววิ่งเข้าเขตโทษ เกอิต้า ดีดเข้าไปง่าย 2-0

    ครึ่งหลังเล่นไป7-8 นาที ซิมพ์สัน จ่ายพลาดโดน เกอิต้า ตัดได้แล้วจ่ายทะลุช่อง เซนเตอร์ เมปแฮม กับแบกขวา ฟรานซิส ซึ่ง ซาลา ขยับให้เห็น วิ่งแบบ blind side run หลุดเข้าไปตวัดยิงด้วยซ้ายง่ายๆ 3-0

    สามประตูที่ยากลำบากใน 33 นาทีแรกมาได้ง่ายๆ หลังจาก อาเก้ เจ็บในครึ่งชั่วโมงแรก การยืนตำแหน่งของเซนเตอร์ที่ไม่เคยเล่นด้วยกัน แถม “นายใหญ่” แผงหลังหายไปแบบนี้ เจอกับ แนวรุกอันน่าสะพรึงกลัว ของลิเวอร์พูล ก็ต้องยอมรับสภาพตามนั้น

    เจเค “ต้อง” โรเตชัน….

หลังจากชนะเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ ด้วยโรเตชั่นสี่คน เกมนี้ปรับเปลี่ยน 7 คนจากชุดถล่มทอฟฟี รวมแล้วเจเคใช้นักเตะใน 16 เกมแรก 21 คน เล่นตัวจริง 16นัด มี2 คน ฟานไดจ์, รอบโบ้

    เล่นทุกนัด มี เทรนท์ ด้วย โดยนัดนี้ลงแทน ลอฟเรน ที่เจ็บ ปรับโกเมส ยืนเซนเตอร์ ส่วน ฟีร์มีโน 16 นัด ตัวจริง14 สำรองสองนัด

    มาเน่ลง 15 นัดตัวสำรองหนึ่งนัด ที่เหลือ เฮนโด15 ตัวจริงโดนเปลี่ยนออก 4 นัด กลุ่ม12-13นัดมี ซาลาห์, ฟาบินโญ ผู้รักษาประตูแบ่งกันคนละครึ่ง เบคเกอร์, อาเดรียน ส่วนตัวสำรองทดแทน

    อ๊อกส์,โอริกิ , มิลเนอร์, เกอิตา,ลัลลานา, ลอฟเรน, มาติป , ชาคิรี่ ,โกเมซ เริ่มลงสนามต่อเนื่อง โดยคนที่ 21 ล่าสุดเป็น เคอร์ติส โจนส์ ลงมาเล่น 15 นาทีสุดท้าย โจนส์ ลงมาเล่นมิดฟิลด์ เปลี่ยน รอบโบ พัก ขยับ มิลเนอร์ ยืนแทน

    เกอิต้า….มิติแดนกลาง

    การใช้เกอิต้า ลงเล่นตรงนี้ เพิ่มมิติเกมรุกตรงกลางขึ้นมา เขาจ่ายช่องระหว่างแนวรับได้ดี ทำให้ ซาลาห์ ตัดเข้ามาใน ประสานงานได้ มีส่วนกับลูก 2-0 จุดที่ต้องระวังคือ เมื่อ เกอิตา เสียบอล …โดนสวนกลับทันที

    นัดนี้ต้องยอมรับว่า บอร์นมัธ ไม่พร้อม ถือว่าได้เทสต์ มิติเกมรุกตรงนี้ รอดูว่าระยะยาว จะไปได้ดีขนาดไหน

    เด็กหงส์ “โหดจัด “

    แบบนี้คือสิ่งที่แฟนบอลรอดู การเล่นที่ต้องเหี้ยมโหด ในจังหวะที่คู่แข่งขันไม่พร้อม ทีมรับมี อาเก้ คนเดียว ไว้ใจได้และคุมทีมรับได้ดี,​ ข้างหน้าเดี้ยงต้องใช้ผู้เล่นเท่าที่มีอยู่ลง สนาม คือบอร์นมัธ ไม่พร้อมเรื่องสภาพทีม ยิ่งกว่านั้นพอเล่นไป อาเก เดี้ยงเฉย

เด็กหงส์ จึงจัดการยิงประตูอย่างเด็ดขาดสองลูกและมีลูกสามครึ่งหลัง คุมสถานะการณ์ สร้างโอกาสได้ เรื่อยๆ ผู้บรรยายฝรั่งพูดว่า Liverpool’s so relentless อันหมายถึง ไม่ปราณี ผ่อนปรนใดๆทั้งสิ้น

ที่มา https://www.siamsport.co.th/column/detail/72672

Related links

ลิเวอร์พูลเลือกแล้วใครคุมทัพฟัดวิลล่าเกมคาราบาวคัพ

ลิเวอร์พูล ตัดสินใจให้ นีล คริตช์ลี่ โค้ชรุ่นยู 23 ทำหน้าที่คุมทัพ “เดอะ เร้ดส์” บุกเยือน “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกคาราบาว คัพ วันที่ 17 ธ.ค.นี้ โดยเหตุผลเพราะเจ้าตัวคุ้นเคยกับนักเตะที่จะใช้งานในเกมกับ “สิงห์ผงาด”

    ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันจะให้  นีล คริตช์ลี่ โค้ชทัพ “หงส์แดง” รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงทำหน้าที่กุมบังเหียนทีมชุดทำศึกกับ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ที่วิลล่า พาร์ค เกมคาราบาว คัพ วันที่ 17 ธันวาคมนี้

    อิงลิช ฟุตบอล ลีก (อีเอฟแอล) ฝ่ายจัดการแข่งขันรายการคาราบาว คัพ ที่ยินดีให้ ลิเวอร์พูล แบ่งทีมเป็นสองชุด โดยทีมชุดหนึ่งลงเล่นกับ วิลล่า ขณะที่อีกชุดต้องเดินทางไปประเทศกาตาร์ เพื่อทำลงแข่งรอบรองชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น

    ในตอนแรกนายใหญ่ชาวเยอรมัน คิดจะให้ เปปิน ลินเดอร์ส ผู้ช่วยของเขาชาวฮอลแลนด์ ทำหน้าที่คุมทัพ “เดอะ เร้ดส์” เพื่อลงเล่นเกมถ้วยใบเล็กประเทศอังกฤษ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่สุดท้ายแล้วเขาตัดสินใจให้ คริตช์ลี่ รับหน้าที่สำคัญนี้ เนื่องจากนักเตะชุดที่จะสู้กับ วิลล่า เป็นแข้งดาวรุ่งที่เจ้าตัวคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/league-cup/view/162236

Related links

ส.บอลอียิปต์ แถลงยัน “ซาลาห์” เจ็บข้อเท้า – ลิเวอร์พูล ลุ้นหายทันเกม พาเลซ

สมาคมฟุตบอลอียิปต์ แถลงยืนยันว่า ‘ซาลาห์’ ไม่ผ่านทดสอบความฟิตจากอาการบาดเจ็บข้อเท้า พลาดลงช่วยทีมในเกมอุ่นเครื่องทั้ง 2 นัด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายจากเกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 จากการปะทะกับ แฟร์นานดินโญ่ ซึ่งเป็นการเจ็บซ้ำที่เดิมจากเดือนตุลาคม ในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้

ที่มา https://www.pptvhd36.com/

Related links

เคล็ดลับโกงตาย!เผยเหตุผลลิเวอร์พูลพลิกสถานการณ์ท้ายเกม

สาเหตุที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล มักจะพลิกสถานการณ์ได้นั้น เป็นเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของพวกเขามักจะจัดการซ้อมในสภาพที่ต้องเปิดเกมบุกโดยที่อยู่ในสภาพที่เสียเปรียบด้วย

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สั่งให้ลูกทีมลงซ้อมในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องเปิดเกมบุกในสภาพที่เสียเปรียบอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ทีมมีประสบการณ์และเรียนรู้วิธีที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ชนะ ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดัง

    ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูในช่วงท้ายเกม หรือไม่ก็แซงกลับมาเป็นฝ่ายชนะทั้งที่โดนนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมได้หลายนัด อย่างเช่นเกมลีกนัดเฉือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 ที่เสียประตูให้ “ไก่เดือยทอง” ตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 นาทีดี แต่มาได้ 2 ประตูในช่วงครึ่งหลัง, เกม คาราบาว คัพ รอบ 4 ที่ตีเสมอ อาร์เซน่อล เป็น 5-5 ได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนจะไปชนะในช่วงดวลจุดโทษ และเกมลีกนัดล่าสุดที่ตอนแรกตามหลัง แอสตัน วิลล่า 0-1 เป็นเวลานาน แต่มาได้ประตูในนาทีที่ 87 กับช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เป็นต้น

สำหรับวิธีการซ้อมในสภาพที่เสียเปรียบพร้อมกับต้องเล่นเกมรุกไปด้วยก็มีหลายแบบ อย่างเช่น คล็อปป์ จะให้นักเตะในเกมรุกมีจำนวนผู้เล่นน้อยกว่าเกมรับ หรือไม่ก็ให้ทีมฝั่งหนึ่งมีผู้เล่น 11 คน แต่ฝั่งหนึ่งมีผู้เล่นแค่ 9 คน แถมฝั่งที่มีผู้เล่น 11 คนยังได้สกอร์นำ 3-1 ตั้งแต่ก่อนเริ่มซ้อมด้วย โดยมันเป็นเหมือนการฝังความรู้สึกให้กับนักเตะไปในตัวว่าการทำประตูเพิ่มได้แค่ลูกเดียวมันถือว่าไม่เพียงพอ ทั้งที่ตามปกติแล้วในการแข่งขันจริงๆ นั้น ทีมที่เหลือนักเตะน้อยกว่าก็มักจะพอใจหากทำประตูได้เพียง 1 ลูก ซึ่ง ดิ แอธเลติก เสริมว่า คล็อปป์ จัดรูปแบบการซ้อมอย่างนี้มาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน

ที่มา siamsport

Related links

ส่งกลับลิเวอร์พูล!เบซิคตัสเล็งยกเลิกสัญญายืมคาริอุสม.ค.นี้

ทาฟคิม สื่อของประเทศตุรกี ตีข่าว เบซิคตัส อยากยกเลิกสัญญายืมตัวของ ลอริส คาริอุส เร็วกว่ากำหนดในช่วงเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่บิ๊กบอสของทีมในแดนไก่งวงอยากสร้างทีมขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะได้กลับมามีผลงานที่ยอดเยี่ยม

    เบซิคตัส สโมสรแกร่งแห่งศึก ซูเปอร์ลีก ตุรกี ต้องการยกเลิกสัญญายืมตัวของ ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูที่ยืมมาจาก ลิเวอร์พูล และส่งเขากลับไปอยู่กับ “หงส์แดง” ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสอง ช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ ทาฟคิม สื่อของแดนไก่งวง

    ถึงแม้ในฤดูกาล 2017-18 คาริอุส จะเล่นได้ดีขึ้นกว่าซีซั่นก่อนหน้านั้น แต่เขาก็ยังไม่มีความคงเส้นคงวามากเท่าที่ควร โดยเฉพาะในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศที่เล่นพลาดจนทำให้ทีมแพ้ เรอัล มาดริด 1-3 ซึ่งนั่นก็ทำให้ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2018  “หงส์แดง” ทุ่มเงินสูงถึง 66.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,538.4 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารชาวบราซิเลียนเข้ามาเป็นมือ 1 ของทีมแทนที่เขา และส่งผลให้ คาริอุส ต้องมาซบ เบซิคตัส ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี เพื่อหาโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริง

    ทั้งนี้ นายด่านชาวเยอรมันมีทั้งชอตที่เล่นพลาดแบบน่าเหลือเชื่อ และชอตซูเปอร์เซฟในตอนที่เล่นกับ เบซิคตัส ถึงกระนั้น มันก็ยังถือว่าเขาเสียประตูเยอะในระดับหนึ่ง โดยซีซั่น 2018-19 แม้ว่า เบซิคตัส จะได้อันดับ 3 แต่ก็เสียประตูในลีก 46 ลูก จนทำให้ถือเป็นฤดูกาลที่ทีมเสียประตูในลีกมากที่สุด นับตั้งแต่ที่โดนยิงไป 49 หนในฤดูกาล 2012-13 ส่วนในซีซั่น 2019-20 เบซิคตัส ก็เสียไปแล้ว 12 ประตู จากการลงเล่นในลีก 9 นัด และปัจจุบันก็อยู่ที่ 8 ของตารางคะแนน

ที่มา siamsport

Related links

ลุ้น!คล็อปป์ไม่ชัวร์โรเบิร์ตสันบู๊นาโปลีไหว

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าไม่มั่นใจว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งจะลงเล่นในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี นัดเยือน นาโปลี ในวันอังคารที่ 17 กันยายนนี้ได้รึเปล่า

    ก่อนหน้านี้ โรเบิร์ตสัน ยังลงเล่นแบบเต็มเกมในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมาได้ และดูเหมือนว่าจะพร้อมช่วยทีมในนัดแรกของการป้องกันแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยถึงเขาจะมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากเกมทุบ “สาลิกาดง” แต่เจ้าตัวก็ยังมีชื่อติดทีมเดินทางไปยังเมืองเนเปิ้ลส์ด้วย จนทำให้ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด คล็อปป์ เปิดเผยเองว่า โรเบิร์ตสัน ไม่ได้ลงซ้อมกับทีมที่ เมลวู้ด เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา โดยถึงแม้อาการของดาวเตะชาวสกอตต์จะไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร แต่มันก็ยังไม่ชัวร์ว่าเขาจะฟิตพอสำหรับการช่วยทีมรึเปล่า

    กุนซือชาวเยอรมันให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรว่า “วันนี้ ร็อบโบ้ ไม่ได้ลงซ้อมกับเรา และเราก็ต้องรอดูกัน (ว่า โรเบิร์ตสัน จะลงเล่นได้หรือไม่) คือที่จริงมันก็ไม่ใช่อาการบาดเจ็บที่หนักหนาสาหัสอะไรหรอก มันเป็นเหมือนการป้องกันไว้ก่อนมากกว่า แต่ผมก็ไม่มั่นใจแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ (ถึงเรื่องที่ โรเบิร์ตสัน จะลงเล่นได้รึเปล่า) เราจะทำการตรวจกันในวันพรุ่งนี้ แล้วจากนั้นก็จะได้รู้กันเอง”

ที่มา siamsport

Related links

รถบัสยังมิอาจทัดทานทน

ในการแข่งขันทั้งหมด 10 คู่ ปรากฏว่าทีมเจ้าบ้านประสบชัยชนะได้เพียงแค่ 2 ทีมเท่านั้นคือ แอสตัน วิลล่า กับ ลิเวอร์พูล ขณะที่ วูล์ฟส์ รอดพ้นจากความปราชัยในถิ่นตัวเองอย่างหวุดหวิดจากการได้จุดโทษในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บ โดยในจำนวน 7 ทีมที่ “เด๊ดห่า” แบบคาบ้านนั้นมีทีมที่จัดอยู่ในประเภทพญายักษ์ 2 ทีมด้วยกัน คือ “ปีศาจแดง” กับ “ไก่เดือยทอง”

  เจ้าของแชมป์หญ้าสวยถูก คริสตัล พาเลซ บุกมาเหยียบย่ำถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในฟุตบอลลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1989 แถมเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกอีกต่างหาก ขณะที่ทีมน้องไก่ถูกตัวเต็งตกชั้นอย่าง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด บุกมาเชือดคอหอย ซึ่งในความปราชัยของ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ สเปอร์ส นั้นมีอะไรเหมือนกันอยู่อย่างคือทั้งคู่เจอกับกลยุทธ์แบบ “พาร์ค เดอะ บัส” จากทีมเยือนแล้วถูกแท็คติกนี้เล่นงานจนเอาตัวไม่รอด  คริสตัล พาเลซ บุกมาเยือนโรงละครแห่งความฝันด้วยฟอร์มการเล่นเป็นรอง – ศักยภาพผู้เล่นก็เป็นรอง อีกทั้งยังเสียเปรียบเสียงเชียร์อีกต่างหาก

ที่มา siamsport

  

Related links

ปรีซีซั่นมะกันไม่สวย! ลิเวอร์พูล โดน เซบีย่า 10 ตัว ซัดดับนาทีท้าย 1-2

การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่อง ระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พบกับ เซบีย่า ที่สนามเฟนเวย์ พาร์ค, บอสตัน, สหรัฐฯ เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

  • เริ่มเกมมาเพียงแค่ 4 นาที ลิเวอร์พูล เกือบได้ประตูออกนำ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไหลบอลให้ ดิว็อค โอริกี้ สับไกไปติดเซฟของ เซร์คิโอ รีโก้ นายด่านเซบีย่า

  • นาทีที่ 13 เซบีย่า ได้โอกาสบ้าง ลุค เดอ ย็อง กองหน้าได้ยิงด้วยซ้ายหน้าเขตโทษแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ แอนดี้ โลเนอร์แกน ผู้รักษาประตูมือสามของหงส์แดง

  • นาทีที่ 34 เซบีย่า มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เฆซุส นาบาส เปิดบอลไปในเขตโทษบอลแฉลบเลยไปถึง โนลิโต้ วิ่งอัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปเด็ดขาด

  • นาทีที่ 44 ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากลูกเตะมุม เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดเข้ากลางมาให้ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ เทกตัวโขกไปติด ดีเอโก้ การ์ลอส ก่อนบอลจะตกหน้า  ดิว็อค โอริกี้ ซัดจ่อๆ ไม่เหลือ พร้อมจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ 

  • กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 69 “แชมป์ยุโรป” เกือบได้ประตูแซงขึ้นนำ ไรอัน เคนท์ ได้หลุดเข้าไปซัดด้วยขวามุมแคบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ โทมัส วาซลิก ที่ปัดออกหลังไปได้

  • นาทที่ 76 เซบีย่า ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ โฌริส ญาญง โดนใบแดงไล่ออกจากสนามหลังเจจนาเล่นนอกเกมไปเตะใว่ ยาสเซอร์ ลารูชี่ จากทางด้านหลังถึงขั้นทำให้เจ้าตัวเล่นต่อไม่ไหว

  • ช่วงนาทีสุดท้ายของเกม เซบีย่า มาได้ประตูหนีเป็น 2-1 จากจังหวะสวนกลับ มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ ได้บอลทางขวาก่อนล้มตัวปาดบอลไปหน้าประตูให้ อเลฮานโดร โปโซ แตะหลบ ซิมง มิโญเลต์ ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างใจเย็น 

  • จบเกม เซบีย่า ที่เหลือแค่ 10 คน เป็นฝ่ายเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้แบบลุ้นเหนื่อย 2-1 ทำให้ “หงส์แดง” มีผลงานในช่วงปรีซีซั่นที่สหรัฐฯ ไม่ดีนักแพ้รวดทั้ง 2 เกม โดยนัดต่อไปจะพบกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฏาคม นี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : แอนดี้ โลเนอร์แกน – เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – จอร์จิโย่ ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน – เบน วู้ดเบิร์น, ดิว็อค โอริกี้, แฮร์รี่ วิลสัน

เซบีย่า : เซร์คิโอ รีโก้  – เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ดาเนี่ยล การ์ริโซ่ , เซร์คิโอ เรกีลอน – แฟร์นานโด, เอเวร์ บาเนก้า, โยอัน จอร์แดน – โนลิโต้ , ลุค เดอ ย็อง, ลูกัส โอกัมโปส

ที่มา sanook

Related links

เผยลิเวอร์พูลชวดเท่าไหร่หากคูตินโญ่ย้ายทีม

ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อของอังกฤษ ตีข่าว ถ้าเกิด ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล ก็จะชวดเงิน 4.4 ล้านปอนด์ที่ “อาซูลกราน่า” ยังติดค้างพวกเขาอยู่ โดยมันเป็นเงื่อนไขด้านจำนวนนัดการลงเล่น

    ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะอดได้ค่าตัวของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางชาวบราซิเลียนที่ บาร์เซโลน่า ยังค้างอยู่ เป็นจำนวน 4.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 180.4 ล้นาบาท) ถ้าหาก คูตินโญ่ โดนทัพ “อาซูลกราน่า” ปล่อยออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามการเปิดเผยของ ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อท้องถิ่นของเมืองผู้ดี

    หลังจากที่พยายามผลักดันให้ ลิเวอร์พูล ขายเขาอยู่นาน ในที่สุด คูตินโญ่ ก็ได้ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018 แต่แข้งวัย 27 ปีก็มีช่วงเวลาที่เลวร้ายกับการเล่นให้ยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู จนทำให้ช่วงที่ผ่านมาเขาตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการโดนโละอย่างหนัก ทั้งในรูปแบบการโดนขาย และการถูกใช้เป็นตัวแถมในดีลที่ บาร์เซโลน่า จะขอซื้อ เนย์มาร์ หัวหอกคนดังของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล กับ บาร์เซโลน่า ทำข้อตกลงเรื่องค่าตัวของ คูตินโญ่ เป็นจำนวนรวม 142 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,822 ล้านบาท) แบ่งเป็นการจ่ายทันที 106 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,346 ล้านบาท) และการจ่ายอีก 36 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,476 ล้านบาท) ถ้าหากแข้งเลือดแซมบ้าช่วยทีมได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้

    จนถึงตอนนี้ บาร์เซโลน่า จ่ายค่าผลงานตามเงื่อนไขต่างๆ เพิ่มไปแล้ว 17.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 717.5 ล้านบาท) ทำให้ถ้านับรวมค่าตัวในเบื้องต้นแล้วนั้น ลิเวอร์พูล ก็ได้เงินจากการขาย คูตินโญ่ ไปแล้ว 123.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,063.5 ล้านบาท)

    สำหรับเงื่อนไขที่ บาร์เซโลน่า ยังไม่ได้จ่ายเงินให้ “หงส์แดง”คือเงื่อนไขที่ระบุว่า ลิเวอร์พูล จะได้เพิ่มราว 4.4 ล้านปอนด์ ในทุกๆ 25 นัดที่ คูตินโญ่ ลงเล่นให้ บาร์เซโลน่า โดยเดิมที บาร์เซโลน่า จะจ่ายเงินโดยรวมในส่วนนี้ให้เมื่อเขาลงเล่นครบ 100 เกม หรือเมื่อ คูตินโญ่ ย้ายออกจากทีม

    ปัจจุบัน คูตินโญ่ ลงเล่นให้ บาร์เซโลน่า ในทุกรายการรวม 75 นัด นั่นหมายความว่า บาร์เซโลน่า จะต้องจ่ายเงินด้านเงื่อนไขจำนวนการลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล แบบแน่นอนแล้วเป็นจำนวน 13.2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 541.2 ล้านบาท) นั่นเอง

ที่มา siamsport

Related links

ตะลึง!ชมปฏิกิริยาคล็อปป์หลังเจอแข้งใหม่ครั้งแรก

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ลิเวอร์พูลถึงกับเอ่ยปากด้วยท่าทีตกใจหลังได้เจอกับเซปป์ ฟาน เดน เบิร์กครั้งแรก พร้อมระบุเด็กคนนี้มีอนาคตที่สดใสแน่นอน

    เป็นคลิปที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกโซเชี่ยล หลังเหล่าขุนพลลิเวอร์พูลกลับเข้าแคมป์ฝึกซ้อม โดยเจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เข้าไปทักทายนักเตะทุกคน แต่ไฮไลท์อยู่ที่การเจอกับแข้งใหม่หงส์แดง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ซึ่งเมื่อนายใหญ่ชาวเยอรมันเจอครั้งแรก ถึงกับต้องตะลึง “โอ้ พระเจ้า เอ็งสูงมาก มันน่าประทับใจจริงๆ” หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนที่คล็อปป์จะบอกว่า “ป่ะ เริ่มกันเลย”

สำหรับ ฟาน เดน เบิร์ก มีส่วนสูงถึง 197 เซนติเมตร ซึ่งมีมากกว่าโฌแอล มาติป ที่สูง 195 เซนติเมตร ขณะที่เจอร์เก้น คล็อปป์ มีความสูงอยู่ที่ 193 เซนติเมตร

ที่มา siamsport

Related links