แฟนหงส์ยิ้ม!เอเจนต์เก่าชี้ลิเวอร์พูลมีโอกาสได้ “โซยุนชู” เสริมหลัง

มุสตาฟา โดกรู เอเจนต์คนเก่าของ ชักลาร์ โซยุนชู ยอดปราการหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ฟันธง ลิเวอร์พูล มีโอกาสไม่น้อยที่จะได้ตัวนักเตะไปร่วมก๊วนหลังจบซีซั่นนี้ แต่แย้มห้ามประมาทยักษ์ใหญ่จากเมืองน้ำหอม 

     มุสตาฟา โดกรู อดีตเอเจนต์ของ ชักลาร์ โซยุนชู เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง เลสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่า ลิเวอร์พูล คือหนึ่งในทีมเต็งที่จะได้ตัว โซยุนชู ไปเสริมแนวรับหลังจบฤดูกาลนี้ 

     ฤดูกาลนี้ โซยุนชู ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของ “จิ้งจอกสยาม” แทนที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (ย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายเป็นที่ต้องการของหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป 

     เชื่อกันว่า บาร์เซโลน่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่างกำลังให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ ปราการหลังทีมชาติตุรกีวัย 23 ปี ทว่าล่าสุด โดกรู แย้มว่า “หงส์แดง” เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีโอกาสไม่น้อย เนื่องจากทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังมองหาช่องทางที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับเช่นกัน

     “มันมีความเป็นไปได้ที่ ชักลาร์ จะย้ายไป บาร์เซโลน่า ช่วงซัมเมอร์นี้” โดกรู กล่าวกับ อาส สื่อกีฬาชั้นนำของสเปน “บาร์ซ่า ให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับเขาตั้งแต่สมัยที่เขายังเล่นให้กับ อัลตินอร์ดู แล้ว เราได้มีการเจรจากับพวกเขา และพวกเขาก็ได้เสนอโปรเจกต์กับเรา แต่เราคิดว่า เขา (โซยุนชู) ควรจะย้ายไปเล่นให้กับสโมสรที่สามารถให้เขาลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอมากกว่า”

     “ผมคิดว่า ใน พรีเมียร์ลีก มีเพียงแค่ ลิเวอร์พูล เท่านั้น ที่มีกำลังมากพอที่จะเซ็นสัญญากับ ชักลาร์ ได้ เพราะด้วยสภาพการเงินของพวกเขา แต่เราต้องไม่ลืมว่า เปแอสเช สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้เช่นกัน”

ที่มา siamsport

Related links

พรีเมียร์ลีกนัดประชุมด่วนเรื่อง”โควิด-19″

วุ่นไปกันใหญ่แล้ว… พรีเมียร์ลีก เตรียมเปิดประชุมฉุกเฉินวันศุกร์นี้ หลังจากที่ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ อาร์เซน่อล ติดเชื้อไวรัส “โควิด-19”

พรีเมียร์ลีก แถลงการณ์ยืนยัน ว่าจะมีการประชุมฉุกเฉินในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคมนี้ ภายหลังจากที่ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อไวรัส “โควิด-19” 

               ก่อนหน้านี้ พรีเมียร์ลีก ยืนยันให้การแข่งขันสุดสัปดาห์นี้เป็นไปตามโปรแกรมเติม ถึงแม้หลายๆ ลีกทั่วโลกมีการเลื่อนโปรแกรมออกไป ทว่าหลังจากที่ อาร์เซน่อล ประกาศ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม ว่า อาร์เตต้า ติดเชื้อไวรัส “โควิด-19” เพราะผลตรวจออกมาเป็น “บวก” ทำให้ทาง พรีเมียร์ลีก เตรียมเปิดโต๊ะประชุมเป็นการฉุกเฉินช่วงเช้าวันศุกร์นี้ 

               อย่างไรก็ตาม พรีเมียร์ลีก ยังไม่มีการให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติม จนกว่าจะได้บทสรุปหลังการประชุม 

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/178466

Related links

เคล็ดลับโกงตาย!เผยเหตุผลลิเวอร์พูลพลิกสถานการณ์ท้ายเกม

สาเหตุที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล มักจะพลิกสถานการณ์ได้นั้น เป็นเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของพวกเขามักจะจัดการซ้อมในสภาพที่ต้องเปิดเกมบุกโดยที่อยู่ในสภาพที่เสียเปรียบด้วย

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สั่งให้ลูกทีมลงซ้อมในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องเปิดเกมบุกในสภาพที่เสียเปรียบอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ทีมมีประสบการณ์และเรียนรู้วิธีที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ชนะ ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดัง

    ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูในช่วงท้ายเกม หรือไม่ก็แซงกลับมาเป็นฝ่ายชนะทั้งที่โดนนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมได้หลายนัด อย่างเช่นเกมลีกนัดเฉือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 ที่เสียประตูให้ “ไก่เดือยทอง” ตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 นาทีดี แต่มาได้ 2 ประตูในช่วงครึ่งหลัง, เกม คาราบาว คัพ รอบ 4 ที่ตีเสมอ อาร์เซน่อล เป็น 5-5 ได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนจะไปชนะในช่วงดวลจุดโทษ และเกมลีกนัดล่าสุดที่ตอนแรกตามหลัง แอสตัน วิลล่า 0-1 เป็นเวลานาน แต่มาได้ประตูในนาทีที่ 87 กับช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เป็นต้น

สำหรับวิธีการซ้อมในสภาพที่เสียเปรียบพร้อมกับต้องเล่นเกมรุกไปด้วยก็มีหลายแบบ อย่างเช่น คล็อปป์ จะให้นักเตะในเกมรุกมีจำนวนผู้เล่นน้อยกว่าเกมรับ หรือไม่ก็ให้ทีมฝั่งหนึ่งมีผู้เล่น 11 คน แต่ฝั่งหนึ่งมีผู้เล่นแค่ 9 คน แถมฝั่งที่มีผู้เล่น 11 คนยังได้สกอร์นำ 3-1 ตั้งแต่ก่อนเริ่มซ้อมด้วย โดยมันเป็นเหมือนการฝังความรู้สึกให้กับนักเตะไปในตัวว่าการทำประตูเพิ่มได้แค่ลูกเดียวมันถือว่าไม่เพียงพอ ทั้งที่ตามปกติแล้วในการแข่งขันจริงๆ นั้น ทีมที่เหลือนักเตะน้อยกว่าก็มักจะพอใจหากทำประตูได้เพียง 1 ลูก ซึ่ง ดิ แอธเลติก เสริมว่า คล็อปป์ จัดรูปแบบการซ้อมอย่างนี้มาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน

ที่มา siamsport

Related links

ระวังให้ดี!แอตกินสันรับหน้าที่ตัดสินแดงเดือด

พรีเมียร์ลีก ประกาศยืนยัน มาร์ติน แอตกินสัน กรรมการคนดัง ได้รับมอบหมายให้ลงทำหน้าที่ตัดสินเกม “แดงเดือด” แมตช์ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล เกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคมนี้  

    ท่านเปาวัย 48 ปี ได้ลงทำหน้าที่เป็นตุลาการสนามมาแล้ว 7 เกมลีกในฤดูกาลนี้ โดยมี 2 เกมที่เกี่ยวข้องกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ขณะเดียวกันเขายังได้ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ ลิเวอร์พูล แพ้ดวลจุดโทษ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/155346

Related links

ทัศนคติแย่!แข้งคนไหนโดนโซลชาด่ายับหลังเจ๊าเชลซี

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ แฉว่าหลังจบเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เจ๊ากับ เชลซี แล้วนั้น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ “ปีศาจแดง” ก็จัดการด่า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยับเยิน เพราะไม่พอใจทัศนคติของเจ้าตัว

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด่า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าชาวฝรั่งเศสต่อหน้านักเตะคนอื่นๆ ในห้องแต่งตัว หลังจากที่ “ปีศาจแดง” ทำได้เพียงเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ เชลซี 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของ เดลี่ เมล สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี

    มาร์กซิยาล เคยทำผลงานได้โดดเด่นในช่วงแรกๆ ที่ โซลชา เข้ามากุมบังเหียนทีม จนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จับเขาต่อสัญญายาวถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2024 เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็เล่นได้ไม่ดีเหมือนเก่า แถมยังมีการมองว่าเขามีทัศนคติที่ย่ำแย่ด้วย

    ทั้งนี้ มาร์กซิยาล มักจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่าเขามีอาการปวดตรงแผ่นหลัง จนทำให้ฟอร์มตก แต่เป็นที่เชื่อกันว่า โซลชา ไม่พอใจกับการที่ดาวเตะเลือดน้ำหอมไม่พยายามเพื่อทีมมากเท่าที่ควร จนถึงขั้นด่าเขาอย่างรุนแรงในห้องแต่งตัว ซึ่งที่จริงในช่วงหนึ่งของอบอุ่นร่างกายก่อนเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มาร์กซิยาล ก็ยืนนิ่งๆ ทั้งที่เพื่อนๆ กำลังอบอุ่นร่างกายอย่างเต็มที่ จนทำให้แฟนบอลของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตำหนิเขาอย่างหนักบนสังคมออนไลน์เช่นกัน

ที่มา siamsport

Related links

กุญแจสำคัญอาจทำแมนซิตี้เสียท่าลิเวอร์พูล

เปิดกุญแจดอกสำคัญที่อาจทำให้ แมนฯ ซิตี้ เสียท่า ลิเวอร์พูล ในการแย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

     แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงอยู่ในเส้นทางที่จะสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นทีมแรกจากอังกฤษ ที่สามารถคว้าทั้ง 4 แชมป์ (พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ) ได้ในฤดูกาลเดียว

    ในเวลานี้ แมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์ไปแล้ว 1 ใบคือ คาราบาว คัพ (ลีก คัพ) ขณะที่ พรีเมียร์ลีก รั้งรองจ่าฝูง ตาม ลิเวอร์พูล 2 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ส่วน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอเตะรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้าน เอฟเอ คัพ มีโปรแกรมเจอ ไบรท์ตัน ในรอบรองชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 6 เม.ย.นี้

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” ก็คือยิ่งทีมได้ลุ้นแชมป์หลายรายการก็จะต้องมีโปรแกรมมากขึ้น โดยมีโอกาสลงเล่นถึง 64 เกมเลยทีเดียวหากเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในทุกรายการ ซึ่งมากสุดในบรรดาทีมบิ๊กซิกซ์ ขณะที่ ลิเวอร์พูล น้อยสุดแค่ 53 นัดเท่านั้น

    จำนวนเกมที่มีโอกาสลงเล่นมากสุดในฤดูกาลนี้ของบิ๊ก 6 พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ซิตี้ – 64
เชลซี – 63
สเปอร์ส – 58
อาร์เซน่อล – 57
แมนฯ ยูไนเต็ด – 55
ลิเวอร์พูล – 53 

    สำหรับทีมที่ทำสถิติลงสนามมากสุดในฤดูกาลเดียวนับตั้งแต่ที่ พรีเมียร์ลีก ใช้ระบบเล่น 38 นัดคือ เชลซี ที่ลงเตะทุกรายการไปถึง 69 เกม เมื่อฤดูกาล 2012-13

    อันดับทีมที่ลงเตะมากสุดในฤดูกาลเดียว

1. เชลซี – 69 (2012-13)
2. แมนฯ ยูไนเต็ด – 66 (2008-09)
3. เชลซี – 64 (2006-07)
3. แมนฯ ยูไนเต็ด – 64 (2016-17)
3. มิดเดิ้ลสโบรช์ – 64 (2005-06) 

ที่มา Siamsport

Related links