ลุ้น!คล็อปป์ไม่ชัวร์โรเบิร์ตสันบู๊นาโปลีไหว

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าไม่มั่นใจว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งจะลงเล่นในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี นัดเยือน นาโปลี ในวันอังคารที่ 17 กันยายนนี้ได้รึเปล่า

    ก่อนหน้านี้ โรเบิร์ตสัน ยังลงเล่นแบบเต็มเกมในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมาได้ และดูเหมือนว่าจะพร้อมช่วยทีมในนัดแรกของการป้องกันแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยถึงเขาจะมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากเกมทุบ “สาลิกาดง” แต่เจ้าตัวก็ยังมีชื่อติดทีมเดินทางไปยังเมืองเนเปิ้ลส์ด้วย จนทำให้ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด คล็อปป์ เปิดเผยเองว่า โรเบิร์ตสัน ไม่ได้ลงซ้อมกับทีมที่ เมลวู้ด เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา โดยถึงแม้อาการของดาวเตะชาวสกอตต์จะไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร แต่มันก็ยังไม่ชัวร์ว่าเขาจะฟิตพอสำหรับการช่วยทีมรึเปล่า

    กุนซือชาวเยอรมันให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรว่า “วันนี้ ร็อบโบ้ ไม่ได้ลงซ้อมกับเรา และเราก็ต้องรอดูกัน (ว่า โรเบิร์ตสัน จะลงเล่นได้หรือไม่) คือที่จริงมันก็ไม่ใช่อาการบาดเจ็บที่หนักหนาสาหัสอะไรหรอก มันเป็นเหมือนการป้องกันไว้ก่อนมากกว่า แต่ผมก็ไม่มั่นใจแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ (ถึงเรื่องที่ โรเบิร์ตสัน จะลงเล่นได้รึเปล่า) เราจะทำการตรวจกันในวันพรุ่งนี้ แล้วจากนั้นก็จะได้รู้กันเอง”

ที่มา siamsport

Related links

5 ประเด็นร้อน นิชิโนะปลดล็อก สุภโชคแผลงฤทธิ์ ไทยอัดสบายแต่อย่าชะล่าใจ

อากิระ นิชิโนะ กุนซือทีมชาติไทย ปรับผู้เล่นสองตำแหน่งจากเกมเสมอเวียดนาม โดยถอดตั้ม-ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ออก อีกหนึ่งคนคือ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ถอนตัวจากอาการเจ็บ โดยส่งเจ้าบุ้ค-เอกนิษฐ์ ปัญญา ตัวรุกดาวรุ่งวัย 19 ปีจากเชียงราย ยูไนเต็ด และศุกชัย ใจเด็ด ลงเป็นหอกตัวเป้า

    เกมนี้ เฮดโค้ชเลือดซามูไร วางระบบ 4-2-3-1 โกล เป็นศิวลักษณ์ เทศสูงเนิน แนวรับยืนคงเดิม ทริสตอง โด, มานูเอล ทอม เบียรห์, พรรษา เหมวิบูลย์ และธีราทร บุญมาทัน แดนกลางวางสารัช อยู่เย็น กับ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล เป็นตัวต่ำ เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยืนสูงตรงกลางแล้วมีสุภโชค สารชาติ กับ เอกนิษฐ์ ยืนปีกทั้งสองข้าง ส่วนหน้าเป้าคือศุภชัย เรียกว่าแผนนี้ของนิชิโนะ น่าจะถูกใจคนไทยหลายคนที่อยากเห็นตัวรุกลงสนามกันครบครัน

    ฝั่ง อินโดนีเซีย ของไซม่อน แมคเมนีมี กุนซือชาวสกอตช์ จัดผู้เล่นชุดใหญ่แดนหน้ามีเบโต้ กองหน้าตัวเก๋าวัย 38 ปียืนเป็นหัวหอก โดยมีตัวสนับสนุนอย่าง สเตฟาโน่ ลิลิพาลี่ และอิฟราน บัชดิม ยืนอยู่ข้างหลัง

    การวางแท็กติกของนิชิโนะ วันนี้เราได้เห็นแผนระหว่างเกมอันหลากหลาย เวลาเราทำเกมบุก จะเห็นว่าแบ็กทั้งสองข้างของไทย เติมสูง โดยบ่อยครั้งที่ ธีราทร จะหุบมายืนตรงกลาง เหมือนที่เคยเล่นกับโยโกฮาม่า เอฟ. มารินอส รวมถึง สารัช และพิธิวัตต์ ที่มีบางช่วงสลับกันเติมขึ้นสูง เช่นเดียวกับ เอกนิษฐ์ สลับกับ สุภโชค บ้าง

ที่มา siamsport

Related links

ใบสั่ง!คล็อปป์จี้ลิเวอร์พูลห้ามปล่อยลอฟเรนย้ายทีม

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นคนสั่งให้ทีมเก็บ เดยัน ลอฟเรน กองหลังชาวโครเอเชียเอาไว้ใช้งานต่อเอง ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    ลอฟเรน ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนักในช่วงหลายวันก่อนหน้านี้ หลังจากที่เขากลายเป็นตัวเลือกลำดับท้ายๆ ในตำแหน่งคู่หูของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ รองจากทั้ง โฌแอล มาติป และ โจ โกเมซ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในซีซั่นนี้เขาก็ยังไม่มีชื่อติดทีมในเกมลีกแม้แต่เกมเดียวด้วย

    สำหรับทีมที่มีข่าวกับ ลอฟเรน มีทั้ง เอซี มิลาน, อาแอส โรม่า และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น โดยทั้งสามทีมสนใจที่จะทำข้อเสนอแบบยืมตัว พร้อมกับมีอ็อปชั่นซื้อขาด แต่ท้ายที่สุดแล้วดาวเตะวัย 30 ปีก็ไม่ได้ย้ายไปไหน จนกระทั่งตลาดการเสริมทัพของลีกใหญ่ๆ ทั่วทวีปยุโรปปิดตัวไปเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ เดอะ มิร์เรอร์ เผยว่าต้นเหตุที่ทำให้ ลอฟเรน ยังได้อยู่กับยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ต่อไปนั้น เป็นเพราะ คล็อปป์ เข้ามาขวางการย้ายทีมเอาไว้เอง เพราะคิดว่าการมีเซนเตอร์แบ็กระดับที่มีประสบการณ์กับทีมชุดใหญ่ให้ใช้งานแค่ 3 คนมันน้อยเกินไป

ที่มา siamsport

Related links

รถบัสยังมิอาจทัดทานทน

ในการแข่งขันทั้งหมด 10 คู่ ปรากฏว่าทีมเจ้าบ้านประสบชัยชนะได้เพียงแค่ 2 ทีมเท่านั้นคือ แอสตัน วิลล่า กับ ลิเวอร์พูล ขณะที่ วูล์ฟส์ รอดพ้นจากความปราชัยในถิ่นตัวเองอย่างหวุดหวิดจากการได้จุดโทษในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บ โดยในจำนวน 7 ทีมที่ “เด๊ดห่า” แบบคาบ้านนั้นมีทีมที่จัดอยู่ในประเภทพญายักษ์ 2 ทีมด้วยกัน คือ “ปีศาจแดง” กับ “ไก่เดือยทอง”

  เจ้าของแชมป์หญ้าสวยถูก คริสตัล พาเลซ บุกมาเหยียบย่ำถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในฟุตบอลลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1989 แถมเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกอีกต่างหาก ขณะที่ทีมน้องไก่ถูกตัวเต็งตกชั้นอย่าง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด บุกมาเชือดคอหอย ซึ่งในความปราชัยของ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ สเปอร์ส นั้นมีอะไรเหมือนกันอยู่อย่างคือทั้งคู่เจอกับกลยุทธ์แบบ “พาร์ค เดอะ บัส” จากทีมเยือนแล้วถูกแท็คติกนี้เล่นงานจนเอาตัวไม่รอด  คริสตัล พาเลซ บุกมาเยือนโรงละครแห่งความฝันด้วยฟอร์มการเล่นเป็นรอง – ศักยภาพผู้เล่นก็เป็นรอง อีกทั้งยังเสียเปรียบเสียงเชียร์อีกต่างหาก

ที่มา siamsport

  

Related links

จุดโทษ…..ปัญหา

1 ใครควรยิงจุดโทษระหว่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ ปอล ป็อกบา
2 ทำไมต้องมีมือสังหารจุดโทษ 2 คนในทีม
3 โอเล กุนนาร์ โซลชา “บริหารจัดการทีม” ไม่ลงตัวใช่มั้ย

    1 ข้อแรกนี่หลากหลายเลย แต่เสียงส่วนใหญ่กว่า 90% คิดว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด ควรยิง เพราะพึ่งยิงเข้ามาหมาดๆสัปดาห์ก่อน เมื่อรวมกับเกมที่ชนะเปแอสเช ในชปล. ปีก่อน เท่ากับ 100% (ยิง 2 เข้า2)

    จุดนี้ มันก็ง่ายต่อการวิจารณ์นะครับเพราะ ป็อกบา ดันยิงไม่เข้า ทั้งที่ก็ยิงดีนะครับ เพียงแต่ รุย ปาทริซิโอ เดาถูกทาง เลยทุบออกไปได้ ข้อนี้ ผมอยากยกประโยชน์ให้ “จำเลย” อย่าง ป็อกบา ครับ เพราะการวิจารณ์ Hindsight หรือรู้ผลแล้วมาวิจารณ์ มันก็ถูกหมดเลย ผมไม่ติดใจเรื่องที่ว่าใครควรยิง จะแรชฟอร์ด หรือ ป็อกบา  ด้วยเพราะผมติดใจข้อ 2 ละ

2 มือสังหารจุดโทษ ไม่ควรมี 2 คน มันต้องมีมือหนึ่งคนเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รับรู้กันทั่วโลกในทุกระดับ สมัยผมเล่นบอลมหาวิทยาลัย ดร. ชาญวิทย์ ผลชีวิน กำหนดเอาไว้ก่อนลงสนามมือ 1 จุดโทษคือใคร ถ้าไม่ได้ลงสนามวันนั้น มือ 2 เป็นใคร 

    สแตน คอลลีมอร์ วิพากษ์เรื่องนี้ว่า “โค้ช” ต้องกำหนดในห้องแต่งตัว หรืออาจบอกว่า สนามซ้อมก็ได้ คือต้องรู้แล้วว่าใครคือมือสังหารจุดโทษ เขาบอกว่าทางทวิตเตอร์ว่า..”สมัยผมเล่นบอล มือจุดโทษของผมคือ เพียร์ซ, ยอร์คและฟาวเลอร์”

    ขยายความคือ สมัยเล่นฟอเรสต์ นั้น สจวร์ต เพียร์ซ คือมือยิงจุดโทษ  กับแอสตัน วิลล่า เป็น ดไวท์ ยอร์ค  อยู่ลิเวอร์พูล คอลลี บอกว่าเป็น ฟาวเลอร์ เขาย้ำว่า “จำไม่ได้เหมือนกันว่ามือจุดโทษเหล่านี้เคยพลาดกันบ้างมั้ย”

    นอกจากคอลลี แล้ว…หลายคนพูดทำนองเดียวกันว่า มันควรมีมือ1 ตัวหลักไว้เลย อย่างแมนฯยูไนเต็ด ยุคเริ่มต้นพรีเมียร์ลีกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน  คงจำกันได้ว่าคือ เดนิส เออร์วิน มือหนึ่งจุดโทษ

    ระดับทีมชาติ….เอาเป็นเยอรมันยุค ฟร้านส์ เบคเคนบาวเออร์ คุม อันเดรียส เบรห์เม่

    ส่วนใหญ่นะครับ…จะมีมือสังหารจุดโทษในทีม

    กรณีของแมนฯยูไนเต็ด วันนี้ ปอล ป็อกบา คือคนนั้น  จนถึงวันที่ชนะเปแอสเช เขาโดนแบน กลายเป็น แรชฟอร์ด ยิง เกมนั้นบอกเลย…”เกมใหญ่” หัวจิตหัวใจต้องได้  แรช ยิงเข้า….ผมว่าก็สอบผ่านระดับหนึ่ง

    จนมาเมื่อ 7 วันก่อน ชนะเชลซี 4-0 ได้ยิงจุดโทษเลย นาทีที่ 18 ยิงเข้าคือ…แต้มต่อ เล่นเกมง่ายขึ้น ทำไมเป็น แรชฟอร์ด ยิง ทั้งที่ ป็อกบา ก็อยู่ในทีม

    ตรงนี้คือคำถาม…โอเค แรช ยิงเข้า  พอมาเมื่อคืน… ป็อกบา ไปขอยิง ซึ่งแรช ให้สัมภาษณ์ว่า “ขอ” เขาก็ “ให้” นี่มันกลายเป็นภาวะสับสนในทีมเรื่องคนยิงจุดโทษ ไม่ว่า ป็อกบา จะมั่นใจขนาดไหน  คนก็จะถามว่า แล้วทำไม 7 วันก่อน ป็อกบา ไม่มั่นใจ

    เรื่องนี้จึงกลายเป็นมาเชื่อมโยงถึงข้อ 3 

    การจัดการทีมของ โซลชา มีปัญหาเรื่องไม่ ทำไมไม่กำหนดคนยิงไปเลย แม้ โซลชา ตอบนักข่าวหลังเกมว่า “สถานะการณ์ตรงหน้า ใครมั่นใจก็ยิงได้เลย ทั้งแรชฟอร์ดและ ป็อกบา ผมไม่โทษ ป็อกบา เขายิงให้เราเข้ามาหลายลูกแล้ว ผมชอบซะอีกที่นักเตะมีความมั่นใจ

    คราวนี้พอมันไม่เข้า…เป้าก็เลยพุ่งไปหา ป็อกบา แล้วกระทบชิ่งมาถึง ผจก. ว่า “ไม่จัดการทีม” ให้มันลงตัว ทำไมต้องทำให้สังคมตั้งคำถามขึ้นมา

    จริงๆถ้าไม่คิดมากมันก็ไม่มีอะไร แต่แนวทางการทำงานของโค้ช มันสะท้อนอะไรหลายอย่าง…จุดนี้ โซลชา โดนวิจารณ์ ตามทรงอยู่แล้ว

    คนก็เอาเรื่องแค่ว่า มือสังหารจุดโทษมันต้องมี ไม่ใช่ใครก็ได้  ไม่ต้องมากแค่แนวทางเรื่องนี้ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน  หยิบมาเทียบเคียง…คงชัดแจ๋วอยู่

    บังเอิญ…บังเอิญ….บังเอิญ…ป็อกบา ติดดิน หรือจมดินละครับตอนนี้

    ถ้าป็อกบา ติดดิน…เจ้านายโซลชาก็ย่อมสั่นสะเทือนไปด้วย

    ลองดูควันหลงจากหลายๆสื่อมองจุดโทษนี้ยังไงบ้างครับ บีบีซี พาดหัวเน้น. Weak management  การ์เดี้ยน พาดหัว ฉีกไปเรื่องเหยียดผิวแล้ว  เดอะ มีร์เรอร์ ล้อประเด็นจุดโทษ พร้อมเปิดตัวมือสังหารจุดโทษทุกทีม 

ที่มา https://www.siamsport.co.th/column/detail/72121

Related links

สตั๊ดทองคำของจริง แบรนด์กีฬาดังพร้อมจ่าย 26 ล้านจ้าง แม็กไกวร์ สวมรองเท้า

แบรนด์รองเท้าฟุตบอลรุมแย่งตัว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษของ แมนฯยูไนเต็ด โดยแต่ละยี่ห้อพร้อมทุ่มจ่ายมากถึง 700,000 ปอนด์ หรือ 26 ล้านบาทต่อฤดูกาลเลยทีเดียว

ในเกมเปิดตัวซึ่งยูไนเต็ดเอาชนะ เชลซี 4-0 แม็กไกวร์ เจ้าของค่าตัว 85 ล้านปอนด์ในการย้ายมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ สวมรองเท้าสีดำสนิท หรือ แบล็กเอาต์ เนื่องจาก นักเตะวัย 26 ปียังไม่สามารถตกลงกับสปอนเซอร์รายไหนได้ และรายงานข่าวระบุว่าการจ้าง แม็กไกวร์ใส่สตั๊ดนั้น ไนกี้, อาดิดาส, พูม่า และ อันเดอร์ อาร์เมอร์ พร้อมจ่ายถึง 700,000 ปอนด์เพื่อให้ได้ตัวมาเป็นพรีเซนเตอร์

ที่มา ข่าวสด

Related links

หลายด้านดูดี! เชลซี ของ ‘แลมพาร์ด’ ยังพอมีความหวัง

นี่ถือเป็นความพ่ายแพ้ในลีกสูงสุดต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ที่ขาดลอยที่สุดของ เชลซี นับตั้งแต่ปี 1965 โดยที่ตอนนั้น “สิงโตน้ำเงินคราม” ก็พ่ายด้วยสกอร์ 0-4 เหมือนกัน ซึ่งมันก็ทำให้แฟนบอล เชลซี บางส่วนกังวลว่า แลมพาร์ด จะไปไม่รอดกับงานนี้

    นอกจากนี้ แลมพาร์ด ยังเป็นกุนซือเชลซีคนแรกรอบ 41 ปีที่ปีะเดิมคุมสนามเกมแรกแล้วพ่ายแพ้ย่อยยับที่สุดนับตั้งแต่ แดนนี่ บลันช์ฟลาวเวอร์ นำทีมแพ้ มิดเดิลสโบรช์ 2-7 เมื่อเดือนธันวาคม 1978

    อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้วรูปเกมของ เชลซี ไม่ได้แย่เหมือนกับสกอร์ที่ออกมาเลย ในช่วงครึ่งแรกพวกเขามีโอกาสทำประตูสวยๆ หลายครั้ง แถมยังยิงชนเสาชนคานอีกหลายหน ซึ่งถ้าลูกยิงเหล่านั้นเป็นประตู การเปิดตัวของ แลมพาร์ด อาจจะเป็นฝันดีมากกว่าฝันร้ายก็ได้

ที่มา siamsport

Related links

ใจมา! ‘เอริคเซ่น’ คิดตอบรับข้อเสนอ ‘แมนยู’

อนาคตของ เอริคเซ่น เป็นที่กังขามาโดยตลอดนับตั้งแต่ที่เขาออกมาบอกเองว่าพร้อมที่จะบอกลา สเปอร์ส ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่ง เรอัล มาดริด เคยถูกมองว่าเป็นทีมที่มีโอกาสดีที่สุดที่จะได้ดาวเตะชาวเดนมาร์กไปร่วมทัพ หลังจากที่ “ราชันชุดขาว” คิดว่าเขาเป็นทางเลือกสำรองที่น่าสนใจ เผื่อว่าจะพลาดตัว ปอล ป็อกบา

    อย่างไรก็ตาม ไม่นานมานี้มีข่าวลือว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังพยายามเดินเรื่องคว้าตัว เอริคเซ่น ไปเสริมแกร่งอยู่ และล่าสุด อาส สื่อชื่อดังของประเทศสเปน ตีข่าวว่ายอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ขึ้นมาเป็นเต็ง 1 ที่จะได้ตัวแข้งวัย 27 ปี แทนที่ เรอัล แล้ว โดยพวกเขาระบุด้วยว่า เอริคเซ่น เป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด พูดขึ้นมาเองว่าอยากได้ดาวเตะทีมชาติเดนมาร์กไปร่วมทัพ ในตอนที่เข้าประชุมวางแผนการทำทีมสู้ศึกฤดูกาลใหม่ร่วมกับบอร์ดบริหารของทีม

    อาส เสริมว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เสนอสัญญาที่มีระยะเวลา 5 ปีให้กับ เอริคเซ่น แถมยังจะให้ค่าเหนื่อยเขาในระดับใกล้เคียงกับที่ ป็อกบา ได้รับอยู่ในตอนนี้ด้วย โดยปัจจุบัน ป็อกบา ฟันค่าเหนื่อยอยู่ที่สัปดาห์ละ 290,000 ปอนด์ (ประมาณ 11.89 ล้านบาท) ซึ่งตอนนี้ เอริคเซ่น ก็กำลังพิจารณาที่จะตอบรับข้อเสนอจาก แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างจริงจัง แถมเขายังเชื่อด้วยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะสร้างทีมโดยที่ให้เขาเป็นศูนย์กลาง

ที่มา siamsport

Related links

แมนยูหรือสเปอร์ส!บ่อนเปิดราคาดีบาล่าไปไหน

ร้านพูลเปิดราคาต้นสังกัดใหม่ของ เปาโล ดีบาล่า ดาวยิง ยูเวนตุส หลังมีข่าวกับทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ สเปอร์ส

แพดดี้ เพาเวอร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของสาธารณไอร์แลนด์ หั่นราคาที่ เปาโล ดีบาล่า กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา จะย้ายจาก ยูเวนตุส ไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงมาเหลือแค่ 1/3 (แทง 3 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) แล้ว 

    ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า “ปีศาจแดง” กับ “เจ้าม้าลาย” กำลังที่จะตกลงแลกตัว โรเมลู ลูกากู กับ ดีบาล่า กันได้แล้ว หลังดาวยิงวัย 25 ปี โดนลดบทบาทในฤดูกาลที่แล้ว ตั้งแต่การย้ายเข้ามาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ขณะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็มีข่าวให้ความสนใจอยู่เช่นกัน

   อัตราต่อรองต้นสังกัดใหม่ของ ดีบาล่า 

1. แมนฯ ยูไนเต็ด             1/3 (แทง 3 จ่าย 1 ไม่รวมทุน)
2. อยู่กับ ยูเวนตุส ต่อไป        2/1 (แทง 1 จ่าย 2 ไม่รวมทุน)
3. สเปอร์ส                6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)
4. บาเยิร์น, ลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด    20/1 (แทง 1 จ่าย 20 ไม่รวมทุน)
7. แอตเลติโก มาดริด, เปแอสเช        25/1 (แทง 1 จ่าย 25ไม่รวมทุน)

ที่มา siamsport

Related links

แข้งบาร์ซ่าโวยแหลกต้นสังกัดริบเบอร์ 21 เอาไปให้ เดอ ยอง

การ์เลส อเลนญา กองกลางของ “เจ้าบุญทุ่ม”บาร์เซโลนา แห่งลา ลีกา สเปน ฉุนขาดโดนต้นสังกัดริบหมายเลขเสื้อ 21 เพื่อเอาไปให้กับนักเตะใหม่ เฟรนกี เดอ ยอง แห่งทีมชาติเนเธอร์แลนด์ โดยไม่บอกตนสักคำ

สำหรับเดอ ยองย้ายมาจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม แห่งลีกเนเธอร์แลนด์ ด้วยค่าตัวถึง 75 ล้านยูโร หรือราว 2,625 ล้านบาท โดยแข้งวัย 22 ปีรายนี้ชื่นชอบเบอร์ 21 และสวมใส่มาตั้งแต่สมัยยังเล่นให้อาแจ็กซ์แล้ว

อเลนญาที่ต้องโยกมาใส่เบอร์ 19 เปิดเผยว่า “ผมอยากได้การแจ้งเตือนจากผู้บริหาร เพราะพวกเขาสัญญากับเดอ ยองว่าจะให้เบอร์ 21 โดยไม่แจ้งผมเลย มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดี ทั้งที่ผมประพฤติตัวดีต่อสโมสรมาโดยตลอด”

ทั้งนี้เบอร์ 19 ผู้สวมใส่ล่าสุดเป็น เควิน-ปรินซ์ บัวเต็ง อดีตแข้งทีมชาติกานา ซึ่งหมดสัญญายืมตัวไปแล้ว นอกจากนี้ซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี ก็เคยใช้เบอร์นี้มาแล้วเช่นกันในช่วงปี 2006-08

ที่มา www.khaosod.co.th/sports/news_2742949

Related links