ลิเวอร์พูลเลือกแล้วใครคุมทัพฟัดวิลล่าเกมคาราบาวคัพ

ลิเวอร์พูล ตัดสินใจให้ นีล คริตช์ลี่ โค้ชรุ่นยู 23 ทำหน้าที่คุมทัพ “เดอะ เร้ดส์” บุกเยือน “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกคาราบาว คัพ วันที่ 17 ธ.ค.นี้ โดยเหตุผลเพราะเจ้าตัวคุ้นเคยกับนักเตะที่จะใช้งานในเกมกับ “สิงห์ผงาด”

    ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันจะให้  นีล คริตช์ลี่ โค้ชทัพ “หงส์แดง” รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงทำหน้าที่กุมบังเหียนทีมชุดทำศึกกับ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ที่วิลล่า พาร์ค เกมคาราบาว คัพ วันที่ 17 ธันวาคมนี้

    อิงลิช ฟุตบอล ลีก (อีเอฟแอล) ฝ่ายจัดการแข่งขันรายการคาราบาว คัพ ที่ยินดีให้ ลิเวอร์พูล แบ่งทีมเป็นสองชุด โดยทีมชุดหนึ่งลงเล่นกับ วิลล่า ขณะที่อีกชุดต้องเดินทางไปประเทศกาตาร์ เพื่อทำลงแข่งรอบรองชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น

    ในตอนแรกนายใหญ่ชาวเยอรมัน คิดจะให้ เปปิน ลินเดอร์ส ผู้ช่วยของเขาชาวฮอลแลนด์ ทำหน้าที่คุมทัพ “เดอะ เร้ดส์” เพื่อลงเล่นเกมถ้วยใบเล็กประเทศอังกฤษ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่สุดท้ายแล้วเขาตัดสินใจให้ คริตช์ลี่ รับหน้าที่สำคัญนี้ เนื่องจากนักเตะชุดที่จะสู้กับ วิลล่า เป็นแข้งดาวรุ่งที่เจ้าตัวคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/league-cup/view/162236

Related links

ส.บอลอียิปต์ แถลงยัน “ซาลาห์” เจ็บข้อเท้า – ลิเวอร์พูล ลุ้นหายทันเกม พาเลซ

สมาคมฟุตบอลอียิปต์ แถลงยืนยันว่า ‘ซาลาห์’ ไม่ผ่านทดสอบความฟิตจากอาการบาดเจ็บข้อเท้า พลาดลงช่วยทีมในเกมอุ่นเครื่องทั้ง 2 นัด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายจากเกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 จากการปะทะกับ แฟร์นานดินโญ่ ซึ่งเป็นการเจ็บซ้ำที่เดิมจากเดือนตุลาคม ในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้

ที่มา https://www.pptvhd36.com/

Related links

ยอมรับผิด!สเตอร์ลิงโร่ขอโทษหลังหาเรื่องทะเลาะโกเมซ

ราฮีม สเตอร์ลิง ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ออกมาขอโทษทุกฝ่ายจากกรณีที่มีข่าวว่าเขาพยายามจะหาเรื่องทะเลาะกับ โจ โกเมซ กองหลัง ลิเวอร์พูล ในแคมป์ทีมชาติ โดยระบุ ตนมีอารมณ์ร่วมกับเกมฟุตบอลสูงมากจนทำให้ตอนนั้นโดนอารมณ์ครอบงำ

    ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกคนดังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวขอโทษผ่านทาง อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง หลังจากที่เขาเพิ่งตกเป็นข่าวว่าพยายามจะหาเรื่อง โจ โกเมซ กองหลัง ลิเวอร์พูล ในแคมป์ทีมชาติอังกฤษ

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ เซนต์ จอร์จส์ พาร์ค ศูนย์เก็บตัวของทัพ “สิงโตคำราม” เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยตอนแรก โกเมซ เข้าไปทักทายอีกฝ่ายแบบเป็นมิตร แต่ทาง สเตอร์ลิง กลับพยายามจะบีบคออีกฝ่าย และพูดในเชิงดูถูก โกเมซ ว่าทำตัวให้ดูน่าเกรงขามได้ก็เฉพาะตอนอยู่กับสโมสรเท่านั้น

สาเหตุที่ สเตอร์ลิง ทำแบบนั้น เป็นเพราะเขายังอารมณ์ค้างจากการที่ แมนฯ ซิตี้ แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็โดนลงโทษด้วยการถูกสั่งห้ามมีส่วนร่วมกับเกม ยูโร 2020 รอบคัดเลือก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ นัดที่ อังกฤษ ต้องดวลกับ มอนเตเนโกร วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายนนี้ แต่เขาก็จะยังได้อยู่กับทีมต่อไป เพื่อลุ้นลงเล่นเกมกับ โคโซโว ในอีก 3 วันหลังจากนั้น

ดาวเตะวัย 24 ปี โพสต์ภาพที่เป็นข้อความขอโทษว่า “อย่างแรกเลย ทุกคนก็รู้ดีว่าเกมฟุตบอลมันมีความหมายกับผมมากแค่ไหน! ทุกคนรู้ดีว่าผมไม่ใช่พวกที่ชอบทำอะไรอ้อมค้อม และทำอะไรที่มันตรงประเด็นไปเลย ทั้ง โจ และผมกต่างก็ได้พูดคุยเพื่อปรับความเขาใจกัน, ได้ข้อสรุปร่วมกัน และเดินหน้าต่อไปแล้ว”

    “เราอยู่ในกีฬาชนิดที่อารมณ์ร่วมมันสูงมากๆ และผมก็มีความเป็นลูกชายมากพอที่จะยอมรับว่าตัวเองทำผิดเมื่ออารมณ์มันเข้าครอบงำผม แต่เราเดินหน้าต่อไปแล้ว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเล่นกีฬาชนิดนี้ เรารักกีฬาชนิดนี้กันมากๆ”

    “ผมและ @joegomez5 ไม่มีปัญหากันแล้ว เราต่างก็เข้าใจดีว่าเหตุการณ์ความวุ่นวายมันเกิดขึ้นเพียงแค่ 5-10 วินาทีเท่านั้น มันจบไปแล้ว เราเดินหน้ากันต่อไป และไม่ทำให้มันใหญ่กว่าความเป็นจริง มามุ่งมั่นกับเกมของเราในวันพฤหัสบดีนี้กันดีกว่า”

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/national/view/159957

Related links

เคล็ดลับโกงตาย!เผยเหตุผลลิเวอร์พูลพลิกสถานการณ์ท้ายเกม

สาเหตุที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล มักจะพลิกสถานการณ์ได้นั้น เป็นเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของพวกเขามักจะจัดการซ้อมในสภาพที่ต้องเปิดเกมบุกโดยที่อยู่ในสภาพที่เสียเปรียบด้วย

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สั่งให้ลูกทีมลงซ้อมในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องเปิดเกมบุกในสภาพที่เสียเปรียบอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ทีมมีประสบการณ์และเรียนรู้วิธีที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ชนะ ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดัง

    ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูในช่วงท้ายเกม หรือไม่ก็แซงกลับมาเป็นฝ่ายชนะทั้งที่โดนนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมได้หลายนัด อย่างเช่นเกมลีกนัดเฉือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 ที่เสียประตูให้ “ไก่เดือยทอง” ตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 นาทีดี แต่มาได้ 2 ประตูในช่วงครึ่งหลัง, เกม คาราบาว คัพ รอบ 4 ที่ตีเสมอ อาร์เซน่อล เป็น 5-5 ได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนจะไปชนะในช่วงดวลจุดโทษ และเกมลีกนัดล่าสุดที่ตอนแรกตามหลัง แอสตัน วิลล่า 0-1 เป็นเวลานาน แต่มาได้ประตูในนาทีที่ 87 กับช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เป็นต้น

สำหรับวิธีการซ้อมในสภาพที่เสียเปรียบพร้อมกับต้องเล่นเกมรุกไปด้วยก็มีหลายแบบ อย่างเช่น คล็อปป์ จะให้นักเตะในเกมรุกมีจำนวนผู้เล่นน้อยกว่าเกมรับ หรือไม่ก็ให้ทีมฝั่งหนึ่งมีผู้เล่น 11 คน แต่ฝั่งหนึ่งมีผู้เล่นแค่ 9 คน แถมฝั่งที่มีผู้เล่น 11 คนยังได้สกอร์นำ 3-1 ตั้งแต่ก่อนเริ่มซ้อมด้วย โดยมันเป็นเหมือนการฝังความรู้สึกให้กับนักเตะไปในตัวว่าการทำประตูเพิ่มได้แค่ลูกเดียวมันถือว่าไม่เพียงพอ ทั้งที่ตามปกติแล้วในการแข่งขันจริงๆ นั้น ทีมที่เหลือนักเตะน้อยกว่าก็มักจะพอใจหากทำประตูได้เพียง 1 ลูก ซึ่ง ดิ แอธเลติก เสริมว่า คล็อปป์ จัดรูปแบบการซ้อมอย่างนี้มาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน

ที่มา siamsport

Related links