14 แต้มแล้ว

สองเกมที่น่าติดตามคงต้องเป็นคู่ลุ้นแชมป์ ลิเวอร์พูลลงสนามก่อน แมนฯซิตี้ สองชั่วโมงเยือนบอร์นมัธ จากนั้นแมนฯซิตี้ รับมือ แมนฯยูฯ นี่คือสองเกมที่มีผลตรงต่อกัน พร้อมทั้งเข้าสู่เดือนธันวาคมมหาสนุกแล้วนั่นเอง

    ผมเองนั่งชมสองเกมในสตูดิโอ รอการวิเคราะห์ มีคุณณัฐพร พันฤทธิ์ อดีตกองหลังทีมชาติไทย ที่มีส่วนทำให้ทีมชาติไทยได้เหรียญทองซีเกมส์ในบ้านเวียดนาม ลูกยิงโกลเด้น โกล ของเขายังคงอยู่ในความทรงจำผู้คนมากมาย คิดดูลูกสาวยังชื่อน้อง ซีเกมส์

    แทกติกเจเค 4-3-3 กับชุดผสม

ดู11 คนแรกเห็นชัดเจนว่าปรับทีมเพื่อสภาพร่างกายพร้อมรับมือเกมที่จะสู้อย่างต่อเนื่องในเดีอนธันวาคม โจ โกเมซ แทน เทรนท์ อีกสามคนเหมือนเดิม แดนกลางเลือก เจมส์ มิลเนอร์, เฮนโด และ เกอิตา ลงพร้อมกัน

    ตัวทำข้างหน้า อ๊อกส์ ลงมาเล่นกับ ฟีร์มีโน และ ซาลาห์ ถ้าเทียบจากกลางสัปดาห์คือเปลี่ยน 7 คนด้วยกัน ตัวท็อปฟอร์มนั่งดูข้างสนามหมดทั้ง ชากิรี, มาเน่ และ โอริกี้ ถ้าดูการประสานงานของแนวรุกทั้งแผงและแดนกลาง “ไม่สัมพันธ์กัน”

ฟีร์มีโน, อ๊อกส์​ไม่มีส่วนกับเกมมากนัก แถมแดนกลาง ดูตื้อๆ พยายามปั้นเกมแต่ แแนวรับเจ้าบ้านทำได้ดี เกอิต้า เสียบอลแดนกลาง เฟรเซอร์ ตัดได้ แทงทะลุ วิลสัน จับบอลได้ หน้าเขตโทษ จังหวะจะเข้าไปยิง โดน ฟานไดจ์ เสียบที่บอล ….รอดตัวไป จากนั้นรูปเกมมีจังหวะเปลี่ยน

    บอร์นมัธ 4-4-2 “รัดกุม30นาที”

    จากปัญหาการบาดเจ็บของนักเตะหลายคนทำให้ เอ็ดดี้ ฮาว ต้องปรับทีมตั้งแต่เกมรับจนถึงแนวรุก ประตู แรมส์เดล เฝ้าเสา กองหลังสี่คนนำโดย ไซมอน ฟรานซิส ยืนกับ อาเก แบกสองข้าง เมปแฮม กับ ริโก กลางรับคู่กัน เลอมา กับ บิลลิง ปีกขวา เฟรเซอร์ และ โกรเนวาลด์ หน้าคู่ วิลสัน กับ โซลันกี้ …นัดนี้ แฮร์รี วิลสัน หมดสิทธิ์ลงเล่นเพราะยังอยู่ในสัญญายืมตัวจากลิเวอร์พูล (parent club)นั่นเอง ส่วน โจชัว คิง เจ็บหมดสิทธิ์ลงเช่นกัน

    วิธีการเล่นของเจ้าบ้านคือรับในแดน กลางสี่คนยืนบังทางลิเวอร์พูลชั้นแรกก่อนสี่แนวรับ ปิดพื้นที่ด้านข้าง มีจังหวะสวนกลับ หรือไม่ก็เพรสซิงแดนบน ทำให้ 25 นาทีแรกหงส์แดงเจาะไม่ได้เลยจากชุดนี้ มีจังหวะยิงจาก มิลเนอร์​ในเขตโทษหลุดกรอบออกไป ถือว่าแทกติกของ ฮาว เน้นความรัดกุม จัดระเบียบรับสองชั้น เพื่อให้เข้าไปยาก ปิดพื้นที่ด้านข้าง ถือว่าพวกเขาสู้ได้ดีถึง 35 นาที ก่อนเสียประตูแรก

    อาเก้ ออก….เกมรับบอร์นมัธ พัง

    ส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับคือว่าการบาดเจ็บของ เนธาน อาเก้ เซนเตอร์ตัวหลักของพวกเขาในนาทีที่ 33 เอดดี ฮาว ต้องเปลี่ยน แจ๊ค ซิมพ์สัน เซนเตอร์วัย 22 ปี ที่ลงเล่นมาสองนัดก่อนหน้านี้ ลงมาเล่นปุ๊ปเสียประตูปั๊ป จังหวะยืนคู่ เมปแฮม ครั้งแรก
    โดนเลย เฮนโด้ เปิดบอลจากแดนลิเวอร์พูลข้ามไลน์สี่กองหลังให้ อ๊อกส์​สอดเข้าไปยิงงดงามมาก จากนั้นก็เละครับแนวรับบอร์นมัธ ได้คู่เซนเตอร์ที่พึ่งเล่นด้วยกันครั้งแรก ที่สำคัญ การไม่มี อาเก้ คือจุดที่ทำให้กองหลังของ ฮาว ยืนมีช่องว่างไม่เป็นขบวน

    โดยเฉพาะลูกสอง ไปรุม ซาลา สองคน แต่ไม่ประกบไม่ทำอะไรเลย จึงโดนตอกสั้นง่ายๆ ให้ เกอิตา ที่ ให้บอลแล้ววิ่งเข้าเขตโทษ เกอิต้า ดีดเข้าไปง่าย 2-0

    ครึ่งหลังเล่นไป7-8 นาที ซิมพ์สัน จ่ายพลาดโดน เกอิต้า ตัดได้แล้วจ่ายทะลุช่อง เซนเตอร์ เมปแฮม กับแบกขวา ฟรานซิส ซึ่ง ซาลา ขยับให้เห็น วิ่งแบบ blind side run หลุดเข้าไปตวัดยิงด้วยซ้ายง่ายๆ 3-0

    สามประตูที่ยากลำบากใน 33 นาทีแรกมาได้ง่ายๆ หลังจาก อาเก้ เจ็บในครึ่งชั่วโมงแรก การยืนตำแหน่งของเซนเตอร์ที่ไม่เคยเล่นด้วยกัน แถม “นายใหญ่” แผงหลังหายไปแบบนี้ เจอกับ แนวรุกอันน่าสะพรึงกลัว ของลิเวอร์พูล ก็ต้องยอมรับสภาพตามนั้น

    เจเค “ต้อง” โรเตชัน….

หลังจากชนะเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ ด้วยโรเตชั่นสี่คน เกมนี้ปรับเปลี่ยน 7 คนจากชุดถล่มทอฟฟี รวมแล้วเจเคใช้นักเตะใน 16 เกมแรก 21 คน เล่นตัวจริง 16นัด มี2 คน ฟานไดจ์, รอบโบ้

    เล่นทุกนัด มี เทรนท์ ด้วย โดยนัดนี้ลงแทน ลอฟเรน ที่เจ็บ ปรับโกเมส ยืนเซนเตอร์ ส่วน ฟีร์มีโน 16 นัด ตัวจริง14 สำรองสองนัด

    มาเน่ลง 15 นัดตัวสำรองหนึ่งนัด ที่เหลือ เฮนโด15 ตัวจริงโดนเปลี่ยนออก 4 นัด กลุ่ม12-13นัดมี ซาลาห์, ฟาบินโญ ผู้รักษาประตูแบ่งกันคนละครึ่ง เบคเกอร์, อาเดรียน ส่วนตัวสำรองทดแทน

    อ๊อกส์,โอริกิ , มิลเนอร์, เกอิตา,ลัลลานา, ลอฟเรน, มาติป , ชาคิรี่ ,โกเมซ เริ่มลงสนามต่อเนื่อง โดยคนที่ 21 ล่าสุดเป็น เคอร์ติส โจนส์ ลงมาเล่น 15 นาทีสุดท้าย โจนส์ ลงมาเล่นมิดฟิลด์ เปลี่ยน รอบโบ พัก ขยับ มิลเนอร์ ยืนแทน

    เกอิต้า….มิติแดนกลาง

    การใช้เกอิต้า ลงเล่นตรงนี้ เพิ่มมิติเกมรุกตรงกลางขึ้นมา เขาจ่ายช่องระหว่างแนวรับได้ดี ทำให้ ซาลาห์ ตัดเข้ามาใน ประสานงานได้ มีส่วนกับลูก 2-0 จุดที่ต้องระวังคือ เมื่อ เกอิตา เสียบอล …โดนสวนกลับทันที

    นัดนี้ต้องยอมรับว่า บอร์นมัธ ไม่พร้อม ถือว่าได้เทสต์ มิติเกมรุกตรงนี้ รอดูว่าระยะยาว จะไปได้ดีขนาดไหน

    เด็กหงส์ “โหดจัด “

    แบบนี้คือสิ่งที่แฟนบอลรอดู การเล่นที่ต้องเหี้ยมโหด ในจังหวะที่คู่แข่งขันไม่พร้อม ทีมรับมี อาเก้ คนเดียว ไว้ใจได้และคุมทีมรับได้ดี,​ ข้างหน้าเดี้ยงต้องใช้ผู้เล่นเท่าที่มีอยู่ลง สนาม คือบอร์นมัธ ไม่พร้อมเรื่องสภาพทีม ยิ่งกว่านั้นพอเล่นไป อาเก เดี้ยงเฉย

เด็กหงส์ จึงจัดการยิงประตูอย่างเด็ดขาดสองลูกและมีลูกสามครึ่งหลัง คุมสถานะการณ์ สร้างโอกาสได้ เรื่อยๆ ผู้บรรยายฝรั่งพูดว่า Liverpool’s so relentless อันหมายถึง ไม่ปราณี ผ่อนปรนใดๆทั้งสิ้น

ที่มา https://www.siamsport.co.th/column/detail/72672

Related links

ลิเวอร์พูลเลือกแล้วใครคุมทัพฟัดวิลล่าเกมคาราบาวคัพ

ลิเวอร์พูล ตัดสินใจให้ นีล คริตช์ลี่ โค้ชรุ่นยู 23 ทำหน้าที่คุมทัพ “เดอะ เร้ดส์” บุกเยือน “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกคาราบาว คัพ วันที่ 17 ธ.ค.นี้ โดยเหตุผลเพราะเจ้าตัวคุ้นเคยกับนักเตะที่จะใช้งานในเกมกับ “สิงห์ผงาด”

    ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันจะให้  นีล คริตช์ลี่ โค้ชทัพ “หงส์แดง” รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงทำหน้าที่กุมบังเหียนทีมชุดทำศึกกับ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ที่วิลล่า พาร์ค เกมคาราบาว คัพ วันที่ 17 ธันวาคมนี้

    อิงลิช ฟุตบอล ลีก (อีเอฟแอล) ฝ่ายจัดการแข่งขันรายการคาราบาว คัพ ที่ยินดีให้ ลิเวอร์พูล แบ่งทีมเป็นสองชุด โดยทีมชุดหนึ่งลงเล่นกับ วิลล่า ขณะที่อีกชุดต้องเดินทางไปประเทศกาตาร์ เพื่อทำลงแข่งรอบรองชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น

    ในตอนแรกนายใหญ่ชาวเยอรมัน คิดจะให้ เปปิน ลินเดอร์ส ผู้ช่วยของเขาชาวฮอลแลนด์ ทำหน้าที่คุมทัพ “เดอะ เร้ดส์” เพื่อลงเล่นเกมถ้วยใบเล็กประเทศอังกฤษ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่สุดท้ายแล้วเขาตัดสินใจให้ คริตช์ลี่ รับหน้าที่สำคัญนี้ เนื่องจากนักเตะชุดที่จะสู้กับ วิลล่า เป็นแข้งดาวรุ่งที่เจ้าตัวคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/league-cup/view/162236

Related links

ส.บอลอียิปต์ แถลงยัน “ซาลาห์” เจ็บข้อเท้า – ลิเวอร์พูล ลุ้นหายทันเกม พาเลซ

สมาคมฟุตบอลอียิปต์ แถลงยืนยันว่า ‘ซาลาห์’ ไม่ผ่านทดสอบความฟิตจากอาการบาดเจ็บข้อเท้า พลาดลงช่วยทีมในเกมอุ่นเครื่องทั้ง 2 นัด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายจากเกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 จากการปะทะกับ แฟร์นานดินโญ่ ซึ่งเป็นการเจ็บซ้ำที่เดิมจากเดือนตุลาคม ในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้

ที่มา https://www.pptvhd36.com/

Related links

ยอมรับผิด!สเตอร์ลิงโร่ขอโทษหลังหาเรื่องทะเลาะโกเมซ

ราฮีม สเตอร์ลิง ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ออกมาขอโทษทุกฝ่ายจากกรณีที่มีข่าวว่าเขาพยายามจะหาเรื่องทะเลาะกับ โจ โกเมซ กองหลัง ลิเวอร์พูล ในแคมป์ทีมชาติ โดยระบุ ตนมีอารมณ์ร่วมกับเกมฟุตบอลสูงมากจนทำให้ตอนนั้นโดนอารมณ์ครอบงำ

    ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกคนดังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวขอโทษผ่านทาง อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง หลังจากที่เขาเพิ่งตกเป็นข่าวว่าพยายามจะหาเรื่อง โจ โกเมซ กองหลัง ลิเวอร์พูล ในแคมป์ทีมชาติอังกฤษ

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ เซนต์ จอร์จส์ พาร์ค ศูนย์เก็บตัวของทัพ “สิงโตคำราม” เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยตอนแรก โกเมซ เข้าไปทักทายอีกฝ่ายแบบเป็นมิตร แต่ทาง สเตอร์ลิง กลับพยายามจะบีบคออีกฝ่าย และพูดในเชิงดูถูก โกเมซ ว่าทำตัวให้ดูน่าเกรงขามได้ก็เฉพาะตอนอยู่กับสโมสรเท่านั้น

สาเหตุที่ สเตอร์ลิง ทำแบบนั้น เป็นเพราะเขายังอารมณ์ค้างจากการที่ แมนฯ ซิตี้ แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็โดนลงโทษด้วยการถูกสั่งห้ามมีส่วนร่วมกับเกม ยูโร 2020 รอบคัดเลือก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ นัดที่ อังกฤษ ต้องดวลกับ มอนเตเนโกร วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายนนี้ แต่เขาก็จะยังได้อยู่กับทีมต่อไป เพื่อลุ้นลงเล่นเกมกับ โคโซโว ในอีก 3 วันหลังจากนั้น

ดาวเตะวัย 24 ปี โพสต์ภาพที่เป็นข้อความขอโทษว่า “อย่างแรกเลย ทุกคนก็รู้ดีว่าเกมฟุตบอลมันมีความหมายกับผมมากแค่ไหน! ทุกคนรู้ดีว่าผมไม่ใช่พวกที่ชอบทำอะไรอ้อมค้อม และทำอะไรที่มันตรงประเด็นไปเลย ทั้ง โจ และผมกต่างก็ได้พูดคุยเพื่อปรับความเขาใจกัน, ได้ข้อสรุปร่วมกัน และเดินหน้าต่อไปแล้ว”

    “เราอยู่ในกีฬาชนิดที่อารมณ์ร่วมมันสูงมากๆ และผมก็มีความเป็นลูกชายมากพอที่จะยอมรับว่าตัวเองทำผิดเมื่ออารมณ์มันเข้าครอบงำผม แต่เราเดินหน้าต่อไปแล้ว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเล่นกีฬาชนิดนี้ เรารักกีฬาชนิดนี้กันมากๆ”

    “ผมและ @joegomez5 ไม่มีปัญหากันแล้ว เราต่างก็เข้าใจดีว่าเหตุการณ์ความวุ่นวายมันเกิดขึ้นเพียงแค่ 5-10 วินาทีเท่านั้น มันจบไปแล้ว เราเดินหน้ากันต่อไป และไม่ทำให้มันใหญ่กว่าความเป็นจริง มามุ่งมั่นกับเกมของเราในวันพฤหัสบดีนี้กันดีกว่า”

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/national/view/159957

Related links

เคล็ดลับโกงตาย!เผยเหตุผลลิเวอร์พูลพลิกสถานการณ์ท้ายเกม

สาเหตุที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล มักจะพลิกสถานการณ์ได้นั้น เป็นเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของพวกเขามักจะจัดการซ้อมในสภาพที่ต้องเปิดเกมบุกโดยที่อยู่ในสภาพที่เสียเปรียบด้วย

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สั่งให้ลูกทีมลงซ้อมในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องเปิดเกมบุกในสภาพที่เสียเปรียบอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ทีมมีประสบการณ์และเรียนรู้วิธีที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ชนะ ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดัง

    ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูในช่วงท้ายเกม หรือไม่ก็แซงกลับมาเป็นฝ่ายชนะทั้งที่โดนนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมได้หลายนัด อย่างเช่นเกมลีกนัดเฉือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 ที่เสียประตูให้ “ไก่เดือยทอง” ตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 นาทีดี แต่มาได้ 2 ประตูในช่วงครึ่งหลัง, เกม คาราบาว คัพ รอบ 4 ที่ตีเสมอ อาร์เซน่อล เป็น 5-5 ได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนจะไปชนะในช่วงดวลจุดโทษ และเกมลีกนัดล่าสุดที่ตอนแรกตามหลัง แอสตัน วิลล่า 0-1 เป็นเวลานาน แต่มาได้ประตูในนาทีที่ 87 กับช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เป็นต้น

สำหรับวิธีการซ้อมในสภาพที่เสียเปรียบพร้อมกับต้องเล่นเกมรุกไปด้วยก็มีหลายแบบ อย่างเช่น คล็อปป์ จะให้นักเตะในเกมรุกมีจำนวนผู้เล่นน้อยกว่าเกมรับ หรือไม่ก็ให้ทีมฝั่งหนึ่งมีผู้เล่น 11 คน แต่ฝั่งหนึ่งมีผู้เล่นแค่ 9 คน แถมฝั่งที่มีผู้เล่น 11 คนยังได้สกอร์นำ 3-1 ตั้งแต่ก่อนเริ่มซ้อมด้วย โดยมันเป็นเหมือนการฝังความรู้สึกให้กับนักเตะไปในตัวว่าการทำประตูเพิ่มได้แค่ลูกเดียวมันถือว่าไม่เพียงพอ ทั้งที่ตามปกติแล้วในการแข่งขันจริงๆ นั้น ทีมที่เหลือนักเตะน้อยกว่าก็มักจะพอใจหากทำประตูได้เพียง 1 ลูก ซึ่ง ดิ แอธเลติก เสริมว่า คล็อปป์ จัดรูปแบบการซ้อมอย่างนี้มาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน

ที่มา siamsport

Related links

ส่งกลับลิเวอร์พูล!เบซิคตัสเล็งยกเลิกสัญญายืมคาริอุสม.ค.นี้

ทาฟคิม สื่อของประเทศตุรกี ตีข่าว เบซิคตัส อยากยกเลิกสัญญายืมตัวของ ลอริส คาริอุส เร็วกว่ากำหนดในช่วงเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่บิ๊กบอสของทีมในแดนไก่งวงอยากสร้างทีมขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะได้กลับมามีผลงานที่ยอดเยี่ยม

    เบซิคตัส สโมสรแกร่งแห่งศึก ซูเปอร์ลีก ตุรกี ต้องการยกเลิกสัญญายืมตัวของ ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูที่ยืมมาจาก ลิเวอร์พูล และส่งเขากลับไปอยู่กับ “หงส์แดง” ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสอง ช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ ทาฟคิม สื่อของแดนไก่งวง

    ถึงแม้ในฤดูกาล 2017-18 คาริอุส จะเล่นได้ดีขึ้นกว่าซีซั่นก่อนหน้านั้น แต่เขาก็ยังไม่มีความคงเส้นคงวามากเท่าที่ควร โดยเฉพาะในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศที่เล่นพลาดจนทำให้ทีมแพ้ เรอัล มาดริด 1-3 ซึ่งนั่นก็ทำให้ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2018  “หงส์แดง” ทุ่มเงินสูงถึง 66.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,538.4 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารชาวบราซิเลียนเข้ามาเป็นมือ 1 ของทีมแทนที่เขา และส่งผลให้ คาริอุส ต้องมาซบ เบซิคตัส ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี เพื่อหาโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริง

    ทั้งนี้ นายด่านชาวเยอรมันมีทั้งชอตที่เล่นพลาดแบบน่าเหลือเชื่อ และชอตซูเปอร์เซฟในตอนที่เล่นกับ เบซิคตัส ถึงกระนั้น มันก็ยังถือว่าเขาเสียประตูเยอะในระดับหนึ่ง โดยซีซั่น 2018-19 แม้ว่า เบซิคตัส จะได้อันดับ 3 แต่ก็เสียประตูในลีก 46 ลูก จนทำให้ถือเป็นฤดูกาลที่ทีมเสียประตูในลีกมากที่สุด นับตั้งแต่ที่โดนยิงไป 49 หนในฤดูกาล 2012-13 ส่วนในซีซั่น 2019-20 เบซิคตัส ก็เสียไปแล้ว 12 ประตู จากการลงเล่นในลีก 9 นัด และปัจจุบันก็อยู่ที่ 8 ของตารางคะแนน

ที่มา siamsport

Related links

ไม่รอบคอบ!บิ๊กลิเวอร์พูลรับอ่านสัญญาไนกี้ไม่ครบ

บิลลี่ โฮแกน บิ๊กบอสฝ่ายการตลาดของ ลิเวอร์พูล เผยในชั้นศาลว่าเขาไม่ได้อ่านสัญญาของ ไนกี้ ให้ครบ หลังจากเรื่องพันธมิตรด้านชุดแข่งของ “หงส์แดง” ถึงขั้นไปขึ้นโรงขึ้นศาล

บิลลี่ โฮแกน ประธานฝ่ายการตลาดของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าเขาไม่ได้อ่านเอกสารสัญญาจาก ไนกี้ บริษัทผลิตภัณฑ์กีฬายักษ์ใหญ่ให้ครบถ้วน

    “หงส์แดง” กำลังพยายามที่จะบอกลา นิว บาลานซ์ สปอนเซอร์ด้านชุดแข่งเจ้าปัจจุบันของพวกเขา เพื่อไปทำสัญญากับ ไนกี้ โดยเดิมทีข้อตกลงของ ลิเวอร์พูล กับ นิว บาลานซ์ ก็จะหมดลงหลังจบฤดูกาลนี้อยู่แล้ว แต่ทาง นิว บาลานซ์ ก็ไม่ยอมทิ้ง ลิเวอร์พูล ง่ายๆ และไปยื่นเรื่องร้องเรียนกับศาลด้วยความหวังว่าพวกเขาจะได้เป็นคนทำชุดแข่งให้ยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ต่อ

    ทั้งนี้ สัญญาที่ ไนกี้ ยื่นให้ ลิเวอร์พูล นั้น มันมีเงื่อนไขด้วยว่าถ้าเกิดทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ได้สิทธิ์เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้วล่ะก็ เงื่อนไขด้านต่างๆ ก็อาจจะลดลง อย่างเช่นเงื่อนไขที่ตอนแรกกำหนดว่า ไนกี้ จะขายชุดแข่งของ ลิเวอร์พูล ทางร้านในเครือราว 6,000 สาขาทั่วโลก อาจจะถูกลดจำนวนร้านที่จะได้รับสิทธิ์วางขาย เป็นต้น ซึ่งมันก็ทำให้ แดเนี่ยล โอ๊ดเคิร์ก ทนายความของฝั่ง นิว บาลานซ์ ยิงคำถามใส่ โฮแกน ว่าในฐานะประธานฝ่ายการตลาดแล้วนั้น เขาไม่อยากรู้หรือว่ามันจะมีผลกระทบด้านการเงินมากแค่ไหน

    อย่างไรก็ตาม พอได้ยินแบบนั้น โฮแกน ก็ตอบว่าเขายังไม่ได้อ่านเงื่อนไขของสัญญานี้ ซึ่งมันก็ทำให้ โอ๊ดเคิร์ก ถามต่อว่าเขาไม่เคยอ่านสัญญาฉบับยาว หรือดูเงื่อนไขนี้ที่แนบมาเลยงั้นหรือ โดยที่ โฮแกน ก็ยอมรับกลางศาลว่า “ผมไม่เคยอ่านมันเลย”

ที่มา siamsport

Related links

ระวังให้ดี!แอตกินสันรับหน้าที่ตัดสินแดงเดือด

พรีเมียร์ลีก ประกาศยืนยัน มาร์ติน แอตกินสัน กรรมการคนดัง ได้รับมอบหมายให้ลงทำหน้าที่ตัดสินเกม “แดงเดือด” แมตช์ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล เกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคมนี้  

    ท่านเปาวัย 48 ปี ได้ลงทำหน้าที่เป็นตุลาการสนามมาแล้ว 7 เกมลีกในฤดูกาลนี้ โดยมี 2 เกมที่เกี่ยวข้องกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ขณะเดียวกันเขายังได้ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ ลิเวอร์พูล แพ้ดวลจุดโทษ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/155346

Related links

แมนฯยูจะเอาอะไรไปสู้ลิเวอร์พูล

น่าจะมีแฟนบอลหลายคนตั้งคำถามถึง “ศึกแดงเดือด” ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 20 ตุลาคม 2652 นี้ว่า “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สถานการณ์ของทีมกำลังย่ำแย่ จะเอาอะไรไปสู้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่กำลังมีผลงานสุดร้อนแรงอยู่ในเวลานี้

ปัจจุบันทีมปิศาจแดง ภายใต้การคุมทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ กำลังวิกฤตอย่างหนัก มีแค่ 9 คะแนน จากการลงเล่น 8 นัดในพรีเมียร์ลีก มีแต้มห่างโซนตกชั้นแค่ 2 คะแนนเท่านั้น ซึ่งตัวของ โซลชาร์ ก็ให้สัมภาษณืเองหลังจบเกมที่บุกไปแพ้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 0-1 ว่ามันเป็นจุดที่เขาไม่คุ้นเคยเลย และสาวกปิศาจแดงจำนวนมากก็คงคิดเช่นนั้น

ตัดมาที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เรียกได้ว่าช่วงนี้ยืดได้เต็มที่ เพราะนำเป็นจ่าฝูง หลังเดินหน้าเก็บชัยชนะ 8 นัดรวดในลีก แถมโชคชะตายังเข้าข้างให้คู่แข่งแย่งแชมป์ของพวกเขาอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สะดุดแพ้ฝูงหมาป่า วูล์ฟแฮมป์ตัน คาบ้านของตัวเอง 0-2 ซะอย่างนั้น

ทำให้เวลานี้ หงส์แดง โกยแต้มหนี เรือใบสีฟ้า 8 คะแนนเข้าไปแล้ว ส่วนเรื่องความมั่นใจไม่ต้องพูดถึง ทีมของ เยอร์เกน คลอปป์ กำลังคึกสุดขีด บุกมาเยือนโอลด์ แทรฟเฟิร์ด ในนัดต่อไป หวัง 3 คะแนนเต็มกลับ แอนฟิลด์แน่นอน

ที่มา https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premiereleague/1677638

Related links

โซลชาอาการหนัก,วีเออาร์ ฮีโร่! ประเด็นร้อน แมนยู เสมอ อาร์เซน่อล

 แมตช์นี้จุดเปลี่ยนสำคัญคงหนีไม่พ้นจังหวะ “วีเออาร์” ที่มีส่วนสำคัญทำให้เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เพียง 1 คะแนน ขณะที่ อาร์เซน่อล ได้รับความยุติธรรมเพราะหากจังหวะดังกล่าวเกมลูกหนังอาศัยสัญชาตญาณมนุษย์ งานนี้สาวก “เดอะ กันเนอร์ส” คงได้ด่ากันระงม

    ขณะเดียวกัน สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาคือนักเตะสำคัญของ โซลชา เพราะในเกมนี้เจ้าตัวคอยคุมเกมได้กลางได้ดีกว่า ปอล ป็อกบา ด้วยซ้ำ แถมยังโชว์พลังตะบันประตูได้สวยสดงดงาม ที่สำคัญเกือบเป็นฮีโร่หากจังหวะโหม่งของเขาในครึ่งหลังไม่ข้ามคาน

ที่มา siamsport

Related links