พรีเมียร์ลีกนัดประชุมด่วนเรื่อง”โควิด-19″

วุ่นไปกันใหญ่แล้ว… พรีเมียร์ลีก เตรียมเปิดประชุมฉุกเฉินวันศุกร์นี้ หลังจากที่ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ อาร์เซน่อล ติดเชื้อไวรัส “โควิด-19”

พรีเมียร์ลีก แถลงการณ์ยืนยัน ว่าจะมีการประชุมฉุกเฉินในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคมนี้ ภายหลังจากที่ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อไวรัส “โควิด-19” 

               ก่อนหน้านี้ พรีเมียร์ลีก ยืนยันให้การแข่งขันสุดสัปดาห์นี้เป็นไปตามโปรแกรมเติม ถึงแม้หลายๆ ลีกทั่วโลกมีการเลื่อนโปรแกรมออกไป ทว่าหลังจากที่ อาร์เซน่อล ประกาศ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม ว่า อาร์เตต้า ติดเชื้อไวรัส “โควิด-19” เพราะผลตรวจออกมาเป็น “บวก” ทำให้ทาง พรีเมียร์ลีก เตรียมเปิดโต๊ะประชุมเป็นการฉุกเฉินช่วงเช้าวันศุกร์นี้ 

               อย่างไรก็ตาม พรีเมียร์ลีก ยังไม่มีการให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติม จนกว่าจะได้บทสรุปหลังการประชุม 

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/178466

Related links

ยังไม่ดีพอ! ชี้ชัด4ตำแหน่งที่ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องเสริม

แม้กำลังนำโด่งเป็นจ่าฝูงในศึก พรีเมียร์ลีก แต่จากผลงานที่แผ่วลงไปในระยะหลัง ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า ลิเวอร์พูล ชุดนี้ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงมีจุดอ่อน โดยเฉพาะเรื่องขุมกำลังเชิงลึกที่ยังไม่แข็งแกร่งพอ และนี่คือ 4 ตำแหน่งที่ “หงส์แดง” จำเป็นต้องยกระดับขึ้นมา เพื่อรักษามาตรฐานไว้ไล่ล่าความสำเร็จต่อในฤดูกาลหน้า ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากมีแข้งใหม่หลายคนตบเท้าเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้

– เซนเตอร์แบ็ก (แข้งเป้าหมายที่มีลุ้นได้ตัว : ดีเอโก้ คาร์ลอส)

แน่นอนว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ คือแกนหลักในตำแหน่งนี้ โดยที่มี โจ โกเมซ กับ โฌแอล มาติป คอยสลับกันลงมายืนคู่ แต่การจะมีแค่สามคนนี้ คงยังไม่พอ เพราะ เดยัน ลอฟเรน ไม่น่าจะอยู่กับทีมต่อ ส่วนสองดาวรุ่งชาวดัตช์อย่าง คี-ยาน่า ฮูแฟร์ กับ เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก คงจะต้องออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับสโมสรอื่นแบบยืมตัว ดังนั้น ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องดึงเซนเตอร์แบ็กตัวใหม่เข้ามาเสริม และที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวโยงกับ ดีเอโก้ คาร์ลอส ปราการหลังเลือดแซมบ้าของ เซบีย่า ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะฤดูกาลนี้ ปราการหลังวัย 26 ปี โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมากๆ ทั้งที่เพิ่งย้ายมาจาก น็องต์ ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว แต่ปัญหาคือ เซบีย่า คงไม่ปล่อยแบบถูกๆ แน่ 
    
– กองกลาง (แข้งเป้าหมายที่มีลุ้นได้ตัว : ท็อดด์ แคนท์เวลล์)  

เป็นตำแหน่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องเสริมแน่นอน เพราะ อดัม ลัลลานา เตรียมที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบฤดูกาลนี้ และตัวแทนของ ลัลลานา ที่เพอร์เฟคมากๆ คือ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ดาวเตะตัวเก่ง นอริช ซิตี้ ซึ่งโชว์ฟอร์มได้แจ่มเหลือเกินในฤดูกาลนี้ แถมค่าตัวไม่น่าจะแพงด้วย โดยคาดว่า “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” พร้อมขายที่ราคา 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท) ซึ่งไม่สำคัญว่าพวกเขาจะอยู่รอดหรือตกชั้น 

– ปีก (แข้งเป้าหมายที่มีลุ้นได้ตัว : มิโลต์ ราชิซ่า และ ซามูเอล ชุคเวเซ่)

ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องเพิ่มความแข็งแกร่งเชิงลึกในตำแหน่งนี้ เพราะมีแววสูงที่ เซอร์ดาน ชากิรี่ จะถูกปล่อยออกไปในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งพวกเขาก็ได้มอง มิโลต์ ราชิซ่า ของ แวร์เดอร์ เบรเมน เป็นเป้าหมายแรกๆ โดยเมื่อเดือนก่อน บิลด์ สื่อดังเมืองเบียร์ ระบุว่า “หงส์แดง” กำลังจับตาดูฟอร์มของ ดาวเตะทีมชาติโคโซโววัย 24 ปี อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมี ซามูเอล ชุคเวเซ่ ดาวรุ่งทีมชาติไนจีเรียของ บียาร์เรอัล เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ซึ่งว่ากันว่า นี่คือนักเตะที่ ลิเวอร์พูล เคยทาบซื้อมาแล้วเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่โดนต้นสังกัดของตัวนักเตะปัดข้อเสนอทิ้งไป ส่วนในรายของ เจดอน ซานโช แข้งเนื้อหอม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ นั้น แน่นอนว่า ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจ แต่เป็นไปได้ยากมาก เว้นเสียแต่ว่า ขายคนใดคนหนึ่งออกไปได้ก่อน ระหว่าง ซาดิโอ มาเน่ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์  

– กองหน้า (แข้งเป้าหมายที่มีลุ้นได้ตัว : ติโม่ แวร์เนอร์)

ถึงแม้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ทำผลงานได้ดีมาตลอดกับบทบาทกองหน้าตัวหลอก (False 9) แต่ในยามที่ทีมต้องการประตู การมีตัวจบสกอร์ชั้นดีถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะหากหันไปหวังพึ่งตัวสำรองอย่าง ดิว็อค โอริกี้ คงไม่ใช่เรื่อง ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า ติโม่ แวร์เนอร์ หัวหอกดาวดัง แอร์เบ ไลป์ซิก คือแข้งเป้าหมายหลักที่ คล็อปป์ เล็งเอาไว้ ซึ่งตัวนักเตะเองก็แสดงท่าทีอยากจะย้ายมาร่วมงานด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าหาก ลิเวอร์พูล เอาจริง ก็ไม่น่าจะพลาด ต่อให้มีหลายสโมสรพร้อมแย่งชิงตัว แวร์เนอร์ ก็ตาม 
    

ที่มา siamsport

Related links

นับถอยหลังชูถ้วย! ลิเวอร์พูล รัวแซงเฉือน เวสต์แฮม 3-2

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ขยับเข้าใกล้แชมป์อีกก้าว หลังเปิดบ้านแซงชนะ เวสต์แฮม 3-2

ลิเวอร์พูล เจ้าบ้าน เพิ่งแพ้ให้กับ แอต.มาดริด ในแชมเปี้ยนส์ลีก เกมนี้ ต้องการชัยชนะเพื่อขยับใกล้การการันตีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เกมนี้ สามประสานตัวหลักลงครบ  ขณะที่ เดวิด มอยส์ มีภารกิจหนีตาย หลังไม่ชนะในลีกมา 6 นัด ตอนนี้อยู่อันดับที่ 18 หงส์แดง เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน นาทีที่ 9 จอร์จินโญ่ ไวนัลจ์ดุม โขก 1-0 แต่ 3 นาทีต่อมา ทีมเยือนตีเสมอ จาก อิสซ่า ดิย็อป 1-1  ครึ่งหลังเกมพลิก  ปาโบล ฟอร์นาลส์ ยิงให้ เวสต์แฮม หนี 2-1

ทั้งนี้ก่อนที่ โมอาเหม็ด วาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ มาช่วยกันทำประตูในเวลาที่เหลือ พาหงส์แดง แซงชนะขุนค้อนสุดมัน 3-2 ยังรักษาสถิติไร้พ่ายในลีก และ ทาบสถิติชนะ 18 เกมติด ของแมนฯซิตี้ พร้อมขยับเข้าใกล้แชมป์อีกก้าว

ที่มา https://www.pptvhd36.com/sport/news/120134

Related links

โหดไม่เลิก!ฮาแลนด์สร้างสถิติชปล.อีกแล้ว

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอก ดอร์ทมุนด์ เป็นคนที่ยิงในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มขึ้นไปถึงหลัก 10 ลูกได้เร็วที่สุด หลังเพิ่งเล่นไปแค่ 7 นัด แถมยังเป็นนักเตะระดับดาวรุ่งคนแรกที่ทำประตูในเกมชิงถ้วย “บิ๊กเอียร์” ได้ถึงหลัก 10 ลูกภายในซีซั่นเดียวด้วย

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังของศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะที่สามารถทำประตูในเกมระดับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มขึ้นไปถึงหลัก 10 ประตู ได้เร็วที่สุด จากการใช้เวลาไปเพียง 7 นัดเท่านั้น

    ฮาแลนด์ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่ต้นสังกัดเปิดรัง ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค เจอกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็ทำคนเดียว 2 ประตูจนช่วยให้ทีมชนะไป 2-1 ขณะที่ก่อนหน้าจะมาอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น แข้งวัย 19 ปี ก็เคยทำประตูในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก กับทาง เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก มาแล้วถึง 8 ลูก

    นอกจากนี้ ฮาแลนด์ ยังเป็นนักเตะดาวรุ่งคนแรกที่สามารถทำประตูในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างน้อย 10 ลูกในฤดูกาลเดียว รวมถึงเป็นนักเตะดาวรุ่งคนที่สองที่สามารถทำประตูในเกมชิงถ้วย “บิ๊กเอียร์” แบบรวมทุกฤดูกาลได้ 10 ลูกขึ้นไปด้วย โดยคนแรกคือ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ดาวยิง ปารีสฯ ที่จนถึงตอนนี้ทำประตูในเกมระดับ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว 13 ลูก

    ขณะเดียวกัน ฮาแลนด์ ยังเป็นนักเตะคนแรกของ ดอร์ทมุนด์ ที่ทำประตูได้ตั้งแต่การลงเล่นให้ทีมเป็นนัดแรกทั้งในเกมระดับ บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย และตอนนี้เขาก็ทำประตูให้ ดอร์ทมุนด์ ไปแล้วถึง 11 ประตู จากการลงเล่น 7 นัดในทุกรายการ

ที่มา siamsport

Related links

“อลิสซอน” ร่วมซ้อมกับ “ฟลูมิเนนเซ่” ช่วงพักเบรก

อลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล ใช้เวลาในช่วงพักเบรกเดินทางกลับบราซิล ร่วมซ้อมกับพี่ชายที่ฟลูมิเนนเซ่ นายทวารวัย 27 ปีเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่บราซิลในช่วงพักเบรก​ โดยเขาได้เดินทางเข้าไปชมเกมที่ ฟลูมิเนนเซ่น เสมอกับ อูนิโอน ลา คาเลร่า 1-1 ในศึกโกปา ซูดาเมริกาน่า และล่าสุดมีภาพถ่ายรูปคู่กับพี่ชายในชุดของ ฟลูมิเนนเซ่ เพื่อร่วมฝึกซ้อมกับทางสโมสรในบราซิล​ ระหว่างที่ไปพักผ่อนในบ้านเกิด​ แต่ทว่าผู้รักษาประตูลิเวอร์พูล​ ได้ขอร้องไม่ให้มีการเก็บภาพไปเปิดเผยในการเข้ามาฝึกซ้อม​ โดยมีรายงานว่าเขาได้ร่วมลงฝึกซ้อมกับทีม​แล้ว 3​ ครั้งและคาดว่าจะอยู่ที่นี่ตลอดสัปดาห์นี้

ที่มา https://www.pptvhd36.com/sport/news/119101

Related links

ไวจ์นัลดุมเผยเองคิดเรื่องต่อสัญญาลิเวอร์พูลหรือยัง?

หลังจากข้อตกลงฉบับปัจจุบันใกล้ที่จะหมดลง ล่าสุด จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล ก็ออกมาบอกเองว่ายังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย เพราะอยากทำผลงานให้ดีก่อน พร้อมบอกว่าไม่ขัดข้องอะไรที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะให้เฉพาะนักเตะเยาวชนลงเล่นนัดรีเพลย์ของ เอฟเอ คัพ รอบ 4

    จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลาง ลิเวอร์พูล กล่าวว่าตนยังไม่ได้คิดถึงการเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่แต่อย่างใด แม้ว่าเขากำลังจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 ก็ตาม

    ไวจ์นัลดุม กลายเป็นหนึ่งในกำลังหลักของ “หงส์แดง” จนช่วยให้ทีมทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดช่วงที่ผ่านมา แต่การที่สัญญาของเขากำลังจะหมดลงมันก็ทำให้อนาคตของเจ้าตัวถูกพูดถึงมากในระดับหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะปล่อย ไวจ์นัลดุม ออกจากทีม ถ้าหากเจ้าตัวตัดสินใจที่จะอำลายอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ด้วย

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/171917

Related links

“คล็อปป์” เชิญแฟน”เดอะ ค็อป” ร้องเพลงฉลองแชมป์ แต่ทีมยังห้ามฉลอง!!

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ยอมรับแฟนๆ มีสิทธิ์ฉลองแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซึ่งรอคอยมานาน 30 ปี ล่วงหน้า แต่กำชับลูกทีมอย่าหลงระเริง หลังนำจ่าฝูงด้วยช่องว่าง 16 แต้ม

ประตูช่วงต้นและท้ายเกมของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก เซ็นเตอร์แบ็ก และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าชาวอียิปต์ ทำให้ “หงส์แดง” เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ที่สนามแอนฟิลด์ วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม เก็บชัยเกมที่ 13 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ทั้งคู่เสมอกัน 1-1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เดือนตุลาคม 2019

หลังจาก ซาลาห์ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายนาที 90+4 ด้วยการวางบอลยาวของ อลิสสัน นายทวารบราซิเลียน เหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” ร้องเพลงประกาศศักดา “we are going to win the league (เราจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก)” ครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2019-20

อย่างไรก็ตาม บิ๊กบอสชาวเยอรมัน ไม่คล้อยตามอารมณ์กองเชียร์ เนื่องจากอาจสร้างความกดดันแก่นักเตะ และมองถึงโปรแกรมต่อไป เยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่สนาม โมลินิวซ์ สเตเดียม วันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค.

คล็อปป์ วัย 52 ปี กล่าว “พวกเขามีสิทธิ์ฝัน และร้องเพลง ตราบใดที่พวกเขายังทำหน้าที่ของตัวเองช่วงเวลาเดียวกับที่เราลงสนาม ผมไม่มีความเห็นใดๆ ไม่ว่าเราจะคล้อยตามหรือไม่ ผมไม่แคร์เลย”

“สิ่งสำคัญอันดับแรก นี่คือ พรีเมียร์ ลีก เราต้องเจอ วูล์ฟสฯ วันพฤหัสบดีนี้ นั่นเป็นเกมที่ท้าทายสำหรับเรา ผมไม่มีช่องว่างในสมองจะครุ่นคิดประเด็นอื่น” อดีตเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทิ้งท้าย

ด้าน โอเล กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ยูไนเต็ด ยอมรับการเสียประตูเร็วจากเตะมุม เป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน “เกมไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ มีหลายจังหวะที่น่าผิดหวัง เพราะคุณคงไม่ชอบเสียประตูจากลูกตั้งเตะ เราดูดีช่วง 30 นาทีสุดท้าย แต่ขาดประสิทธิภาพทั้งการผ่านบอล และยิงประตู”

ที่มา https://www.pptvhd36.com/sport/news/117977

Related links

ลิเวอร์พูลระวัง! 2อันดับแรกโดนมาแล้ว แมนยูจอมหยุดสถิติไร้พ่าย

แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะกำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนไม่แพ้ใครในลีกมา 38 เกมติด แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด คู่แข่งของพวกเขาในวันอาทิตย์นี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องหยุดสถิติดังกล่าว เพราะเคยหยุดสถิติการไร้พ่ายนานสุดทั้ง 2 อันดับแรกมาแล้ว

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เคยหยุดสถิติการไร้พ่ายติดต่อกันยาวนานที่สุดทั้ง 2 อันดับแรกในประวัติศาสตร์ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาแล้ว หลังจากที่ทัพ “ปีศาจแดง” มีคิวไปเยือน ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคมนี้

    ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังรั้งอันดับ 3 ในชาร์ตการไม่แพ้ใครติดต่อกันนานที่สุดของ พรีเมียร์ลีก ที่จำนวน 38 นัด โดยอันดับ 1 ในชาร์ตดังกล่าวคือ อาร์เซน่อล ที่เคยไร้พ่ายในลีก 49 เกมติดภายใต้การคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ส่วนที่ 2 คือ เชลซี ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เคยไม่แพ้ใคร 40 เกมรวด

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เคยเป็นทีมที่หยุดสถิติไร้พ่ายของ อาร์เซน่อล และ เชลซี มาแล้ว โดยในรายของ “ไอ้ปืนใหญ่” เป็นเกมที่ทีมของกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ อาร์เซน่อล 2-0 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ปี 2004 ซึ่งวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูจากลูกจุดโทษของ รุด ฟาน นิสเตลรอย ในนาทีที่ 73 และผลงานของ เวย์น รูนี่ย์ ในช่วงท้ายเกม แต่มันก็เป็นนัดที่เกิดเรื่องฉาวตามมาเหมือนกัน อย่างเช่นการที่ เชส ฟาเบรกาส ปาพิซซ่าไปโดน เฟอร์กูสัน เป็นต้น จนทำให้เกมนี้มีฉายาว่า “สงครามแห่งบุฟเฟ่ต์”

    สำหรับรายของ เชลซี นั้น ถูกหยุดสถิติเอาไว้ในวันที่ 6 พฤศจิกายน ปี 2005 โดยวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชนะไป 1-0 จากประตูของ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ตั้งแต่นาทีที่ 31

    ทั้งนี้ ที่จริงเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เคยเกือบจะเบรกสถิติการไร้พ่ายติดต่อกันในลีกของ ลิเวอร์พูล เอาไว้ที่ 25 นัด หลังจากวันนั้นพวกเขาได้ประตูขึ้นนำจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ในนาทีที่ 36 และรักษาสกอร์เอาไว้ได้เป็นเวลานาน ก่อนที่ “หงส์แดง” จะตีเสมอได้จาก อดัม ลัลลาน่า ในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม

ที่มา siamsport

Related links

จากก้อนดินสู่ดวงดาว

“โอเค งั้นผมขอเป็นนักเตะยอดเยี่ยมทวีปแอฟริกา ก่อนละกัน” คำพูดของ ซาดิโอ มาเน่ หลังจากที่เพื่อนๆ แอบขำเมื่อเจ้าตัวบอกว่าเป้าหมายของตัวเองคือ “บัลลง ดอร์”

    เด็กชาย ซาดิโอ มาเน่ จะจับกลุ่มกับเพื่อนเล่นฟุตบอลในหมู่บ้านเล็กๆ ทุกคนที่นี่พูดเสียงเดียวกันว่า มาเน่คือคนที่เก่งที่สุดในหมู่บ้าน

    เรื่องอาชีพนักฟุตบอลเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวเกินไป มาเน่ เติบโตด้วยความยากลำบาก ทุกคนในครอบครัวอยากให้เขาไปทำอย่างอื่นมากกว่า

    อย่างไรก็ตาม ชีวิต มาเน่ มีแต่เรื่องฟุตบอล ในหัวของเขาครุ่นคิดแต่เรื่องนี้

    ลุงของ มาเน่ เป็นผู้สนับสนุนที่พาเขาเข้าสู่วงการฟุตบอลอย่างจริงจัง คนในครอบครัวตัดสินใจขายผลผลิตพืชสวนจากฟาร์มเพื่อส่ง มาเน่ ไปตามฝันที่ ดาการ์ 

    ไม่เพียงแต่ครอบครัว คนทั้งหมู่บ้านต่างรวบรวมเงินให้ มาเน่ ไปเผชิญโลกที่กว้างขึ้น

    “ลุงของผมช่วยผมเยอะมาก แต่ไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียว เกือบทุกคนในหมู่บ้านรวบรวมเงินให้กับผม”

ที่มา siamsport

Related links

อลีสซงเผยปรัชญาคล็อปป์กระตุ้นลูกทีม

อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารทีมชาติบราซิลของ ลิเวอร์พูล เผยคำพูดปรัชญาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ที่ใช้กระตุ้นลูกทีมภายในห้องแต่งตัว ซึ่งทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และไม่เคยหวาดหวั่นเมื่อต้องแบกรับแรงกดดันจากการที่ถูกคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จเหมือนกับทีมชุดพี่ยุคครองจ้าวลูกหนังเมืองผู้ดี และในยุโรป

               อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดเผยถึงปรัชญาที่แสนล้ำลึกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมที่มักจะกระตุ้นบรรดาแข้ง “หงส์แดง” ภายในห้องแต่งตัว จนทำให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อในช่วงที่ผ่านมา

               หลายครั้งที่ทีมลิเวอร์พูลในชุดก่อนๆ มักจะโดนนำไปเปรียบเทียบกับทัพ “เดอะ เร้ดส์” ยุคเกรียงไกร แต่สำหรับทีมชุดปัจจุบันซึ่งพวกเขาเพิ่งจะผงาดคว้าแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ หรือสโมสรโลก ครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร ทำให้ทีมคว้าแชมป์รายการสำคัญได้ครบถ้วน 

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/166942

Related links