สื่อยุโรปเชิดชูลิเวอร์พูลพลิกนรกคว่ำบาร์เซโลน่า

ดูปฎิกิริยาจากสื่อทั่วยุโรป หลัง ลิเวอร์พูล พริกนรกเอาชนะ บาร์เซโลน่า ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

     หนังสือพิมพ์ในอังกฤษ และทั่วยุโรป พร้อมใจกันพาดหัวข่าวยกย่อง ลิเวอร์พูล ที่สามารถสร้างปาฎิหาริย์เปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม บาร์เซโลน่า 4-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อวันอังคารที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้รวม 2 นัดกลับมาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ 4-3

    เดอะ มิเรอร์ สื่อเมืองผู้ดี พาดหัวข่าวว่า “ปาฎิหาริย์แห่งแอนฟิลด์” ส่วน เดอะ การ์เดี้ยน เล่นคำว่า “โอริกี้ และ ไวจ์นัลดุม พา ลิเวอร์พูล กลับมาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ”    ขณะที่ แม็ตต์ ดิคคินสัน บรรณาธิการของ เดอะ ไทม์ส เขียนยกย่อง “หงส์แดง” ว่า “เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้ ลิเวอร์พูล เชื่อว่า พวกเขาสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้” 

    ด้าน มาร์ก้า สื่อสเปน ชี้ว่า ความพ่ายแพ้ที่เหลือเชื่อของ บาร์ซ่า คือ “ประวัติศาสตร์ที่ล้มเหลว” ส่วน อาส พาดหัวว่า “ฟ้าผ่าที่แอนฟิลด์” 

    ขณะที่ เลกิ๊ป สื่อกีฬาของฝรั่งเศส ยกย่อง ลิเวอร์พูล ว่า “เครื่องจักรสีแดงบ้าระห่ำ” ส่วน ลา กาเซตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาอิตาลี พาดหัวว่า “ลิเวอร์พูล บ้าระห่ำผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ” 

ที่มา siamsport

Related links

ชัยชนะนอกสนามของ’ลิเวอร์พูล’

ลิเวอร์พูล จะเป็นแชมป์หรือมือเปล่า ยังไม่มีใครตอบได้
แต่ที่แน่ๆ ทีมได้รับการชูมือในตลาดฟุตบอลอังกฤษ เป็นที่เรียบร้อย ทิศทางเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ
นาทีปัจจุบัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แม้กระทั่งเสื้อซ้อม ยังสามารถที่จะเปิด “ปรี- ออเดอร์” ได้แบบไม่น้อยหน้า “เสื้อแข่ง” รวมไปถึง “รองเท้า” ที่เป็นเทรนด์นิยมมากในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา

เรื่องเสื้อสวย, รองเท้าสวยนั่นคืออีกเรื่อง สำคัญที่สุดคือ  “แฟนบอล” ศรัทธา ต่อทีมขนาดไหน สนับสนุนทีมขนาดไหน นั่นแหละคำตอบ
พวกเขากลายเป็นทีมแรกที่ได้กำไรทะลุ 100 ล้านปอนด์ทีมแรก เพราะธุรกิจต่างๆ นอกสนาม และทำท่าว่า “จะไปต่อ” หลังจากเส้นทางเห็นได้อย่าง “ชัดเจน”
ล่าสุดคือ “เสื้อซ้อม” ที่กลายเป็นเสื้อที่แฟนบอลชื่นชอบ เพราะเข้าถึงง่ายกว่า
ราคาเบากว่าชุดแข่ง และมีหลากหลายแบบให้ได้สะสม
ลิเวอร์พูล ได้ AXA หรือ แอ๊กซ่า เข้ามาร่วมด้วยจากเดิมเริ่มจากผู้ให้การสนับสนุนหลักที่เป็น “คาดหน้าอกชุดแข่ง” ที่มาติดอยู่ในชุดซ้อม ตั้งแต่ คาร์ลสเบิร์ก และสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด

กระทั่งการเข้ามาของ สายการบินการูด้า อินโดนีเซีย เมื่อซีซั่น 2014-15 จากนั้นก็เป็น “BetVictor” ในซีซั่น 16-17 และจนจบซีซั่นนี้ 2018-19

อันที่จริง AXA ได้เข้ามาอยู่ในครอบครัวลิเวอร์พูล ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา เป็นบริษัทประกันภัยสัญชาติฝรั่งเศส ถือเป็นเจ้าแรกของสโมสรที่เป็น “Global insurance partner” ซึ่งการคาดหน้าอกครั้งนี้ ประกอบด้วย เสื้อฝึกซ้อม, กางเกงวอร์ม, แจ๊กเกต, เสื้อโปโล และเสื้อแขนกุด

ในปี 2018 Interbrand “Best Global Brand Ranking” การจัดอันดับ
สำหรับบ้านเราก็คือ “กรุงไทย-แอกซ่า” นั่นเองเป็นอีกก้าวเรื่องนอกสนามที่ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จหากลองย้อนกลับไปในยุคที่ฟุตบอล “เริ่มที่จะ” เป็นเงินเป็นทองนั้น “หงส์แดง” กำลังตะแคงฟ้า ยุคของ บิลล์ แชงคลี่ย์ ที่เริ่มประกาศศักดาทั้งในและนอกประเทศ จนกระทั่งซีซั่น 1973-74 “อัมโบร” คือ เจ้าแรกที่เข้ามาเซ็นสัญญาผลิตชุดแข่งให้กับ สโมสร

ปีแรกที่มี “คนมาจ่ายเงินทำเสื้อ” หงส์แดงของ แชงคลี่ย์ เดินหน้าคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ที่สนามเวมบลีย์ ด้วยการขยี้ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล แหลกคาแข้ง 3-0

การถ่ายทอดสดหนนั้น ส่งผลให้เสื้อทีมขายได้ดีเป็น เทน้ำเทท่า
จากนั้นปี 1979 “หงส์แดง” เป็นทีมแรกที่นอกจากจะมี
“สปอนเซอร์ทำเสื้อ” แถมยังมี “สปอนเซอร์ คาดหน้าอก” เมื่อทำสัญญากับ “ฮิตาชิ” ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติซามูไร เป็นเวลานาน 4 ปี
ข้อแม้ก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการถ่ายทอดสดในยุคนั้น ห้ามใส่เสื้อที่มี คาดหน้าอกลงแข่งขัน
จริงๆ แล้ว ทีมแรกที่เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับสปอนเซอร์คาดหน้าอก คือ “ไอ้หัวแกะ” ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ที่ทำสัญญากับ “SAAB” บริษัทรถชื่อดัง แต่ก็ไม่ได้ใส่ลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการ

ดังนั้นบันทึกนี้อันดับ 1 จึงเป็นของ ลิเวอร์พูล ไปโดยปริยาย
กระทั่งถึงปี 1985 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้จัดการทีมจาก โจ เฟแกน มาเป็น เคนนี่ ดัลกลิช ทีมก็เปลี่ยนผู้ผลิตเสื้อแข่งขันเช่นกัน โดยเซ็นสัญญากับ “อาดิดาส” ขาใหญ่จากเยอรมนี

ตอนนั้นกลายเป็นยุคแรกที่มีการเปลี่ยนชุดแข่งขันทุกปี นับตั้งแต่ซีซั่น 1985-86, 1986-87 และ1987-88 โดยคาดหน้าอกคือ “CrownPaints” ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 1983 จากนั้นในซีซั่น 1988-89 ก็เปลี่ยนคาดหน้าอกเป็น “CANDY” ที่ไม่ใช่ลูกอม….แต่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า

หลังจากเปลี่ยนเสื้อเหย้ามา 5 ซีซั่น ซ้อนๆ ลิเวอร์พูล มาใช้ชุด “ลายไผ่” หรือที่เรียกว่า “ลายขนนก” ในปี 1990 ที่ได้แชมป์ลีกหนสุดท้าย และใช้ต่อในปี 1991 ทีมก็มาเปลี่ยนชุดเหย้าในปี 1991-92 เป็นยุคที่ แกรม ซูเนสส์ เข้ามาคุมทีม

กระทั่งปีต่อมาผลิตภัณฑ์น้ำอำพัน “Carlsberg” เข้ามาคาดหน้าอก เป็นปีที่
ทีมฉลองครบรอบ 100 ปีพอดิบพอดี ทีมก็ใช้อาดิดาส มาจนถึงจบซีซั่น 1995-96
ก่อนมาเซ็นสัญญากับ “รีบอค” ในปี 1996 โดยทำสัญญากันยาว 10 ปี
การทำชุดแข่งกับรีบอคหนนี้ ทีมใช้เสื้อเหย้าชุดละ 2 ปี รวมทั้งสิ้น 5 ชุด แต่ทำชุดพิเศษนั่นคือชุดเตะเฉพาะศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และยูฟ่า คัพ อีก 2 ชุด

ถึงปี 2006 ทีมกลับไปเซ็นสัญญากับ อาดิดาส อีกครั้ง คราวนี้อยู่กันด้วย 6 ปี ทำชุดแข่งขันออกมา 3 ชุด คล้ายกับ รีบอค ที่ใส่ชุดละ 2 ซีซั่น

ที่สุดแล้ว จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี่ ประธานสโมสรคนใหม่ในสมัยนั้น(ปี 2010) ในช่วงที่กำลังอยู่ในการเจรจาสัญญาใหม่กับ อาดิดาส ที่ทำท่าจะไม่ต่อสัญญาด้วย ลงท้ายแล้ว เฮนรี่ เลือกไปที่ “วอร์ริเออร์ส” แบรนด์จากบอสตัน พร้อมกับได้เงิน 150 ล้านปอนด์ โดยทำสัญญา 6 ปี ซึ่งตอนนั้นถือว่าแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกเป็นรองแค่ บาร์เซโลน่า เพียงทีเดียว

อยู่กันได้ 3 ปีก็อัพเกรดมาเป็น “นิว บาลานซ์” ซึ่งก็ไม่ใช่อื่นไกล เพราะเป็นบริษัทแม่ของ “วอร์ริเออร์ส” นั่นเอง และสัญญากำลังจะหมดลงในซีซั่นหน้า

ท่ามกลางกระแสความนิยมยังล้นหลาม และมีผู้ให้การสนับสนุนอย่างมากมายต่อเนื่อง
ปริศนาของทีมตอนนี้นับจริงๆ เหลืออยู่แค่ 2 อย่างเท่านั้น
หนึ่งคือ ปีหน้าจะใช้แบรนด์ไหนอีกหนึ่งคือ ปีนี้จะได้แชมป์หรือไม่…..เท่านั้นเอง!!!
บรรยายใต้ภาพ
ชุดแข่งซีซั่นหน้าของลิเวอร์พูล ที่เปิดปรี-ออเดอร์แล้วหมดอย่างรวดเร็ว เป็นการตอบรับที่เหลือเชื่อตลอด 3 ซีซั่นที่ผ่านมา
ลิเวอร์พูล เป็นทีมแรกที่ได้คาดหน้าอกอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 1979 โดยมี ฟิล ธอมป์สัน กัปตันทีมเป็นนายแบบ ร่วมกับ โทนี่ ไบรน์ นางแบบชื่อดังในยุคนั้น

แบรนด์ที่ดีที่สุดของอินเตอร์แบรนด์ AXA ได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์ประกันภัยอันดับหนึ่งของโลก 10 ปีติดต่อกัน
“AXA” เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนชุดซ้อมของ ลิเวอร์พูล หลังจากเซ็นสัญญาเป็นครอบครัวหงส์แดงตั้งแต่ปลายปี 2018

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/nnd/2986018

Related links

ทัศนคติแย่!แข้งคนไหนโดนโซลชาด่ายับหลังเจ๊าเชลซี

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ แฉว่าหลังจบเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เจ๊ากับ เชลซี แล้วนั้น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ “ปีศาจแดง” ก็จัดการด่า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยับเยิน เพราะไม่พอใจทัศนคติของเจ้าตัว

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด่า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าชาวฝรั่งเศสต่อหน้านักเตะคนอื่นๆ ในห้องแต่งตัว หลังจากที่ “ปีศาจแดง” ทำได้เพียงเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ เชลซี 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของ เดลี่ เมล สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี

    มาร์กซิยาล เคยทำผลงานได้โดดเด่นในช่วงแรกๆ ที่ โซลชา เข้ามากุมบังเหียนทีม จนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จับเขาต่อสัญญายาวถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2024 เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็เล่นได้ไม่ดีเหมือนเก่า แถมยังมีการมองว่าเขามีทัศนคติที่ย่ำแย่ด้วย

    ทั้งนี้ มาร์กซิยาล มักจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่าเขามีอาการปวดตรงแผ่นหลัง จนทำให้ฟอร์มตก แต่เป็นที่เชื่อกันว่า โซลชา ไม่พอใจกับการที่ดาวเตะเลือดน้ำหอมไม่พยายามเพื่อทีมมากเท่าที่ควร จนถึงขั้นด่าเขาอย่างรุนแรงในห้องแต่งตัว ซึ่งที่จริงในช่วงหนึ่งของอบอุ่นร่างกายก่อนเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มาร์กซิยาล ก็ยืนนิ่งๆ ทั้งที่เพื่อนๆ กำลังอบอุ่นร่างกายอย่างเต็มที่ จนทำให้แฟนบอลของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตำหนิเขาอย่างหนักบนสังคมออนไลน์เช่นกัน

ที่มา siamsport

Related links

“เอฟวัน” กับฤดูกาลอันน่าประทับใจ ในเวทีสนุกเกอร์โลก

เชื่อว่าแฟนสนุกเกอร์ชาวไทย คงรู้สึกเสียดายกันสุดๆ หลังจาก “เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู นักสอยคิวมือ 43 ของโลกชาวไทย ต้องตกรอบแรก ในการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก 2019 ณ โรงละครครูซิเบิลเธียร์เตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ หลังจากแพ้ จัดด์ ทรัมป์ มือ 7 ของโลกจากอังกฤษ ไปอย่างฉิวเฉียด 9-10 เฟรม

    อย่างไรก็ตาม ในแมตช์ดังกล่าว นักสอยคิววัย 34 ปี จากจังหวัดนครนายก ทำผลงานได้ดีเกินคาด จนเกือบจะเขี่ยเต็ง 3 ของรายการตกรอบอยู่แล้ว จนสร้างความประทับใจ ให้กับแฟนสอยคิวไทยทั้งประเทศ 

    ที่จริงแล้ว ไม่ใช่แค่ในศึกชิงแชมป์โลกในครั้งนี้เท่านั้นที่ เทพไชยา อุ่นหนู ทำผลงานได้น่าประทับใจ แต่ตลอดฤดูกาล 2018-2019 อดีตแชมป์สนุกเกอร์ 6 แดงโลกเมื่อปี 2015 ทำผลงานได้ดีหลายรายการ

    จนกล่าวได้ว่า ฤดูกาล 2018-2019 นับเป็นฤดูกาลการแข่งขันที่น่าประทับใจมากที่สุดฤดูกาลหนึ่ง ของนักสอยคิวรายนี้เลยทีเดียว

ที่มา siamsport

 

Related links

เจ๋งสุดที่เคยเจอมา!เป๊ปซูฮกเกมรุกลิเวอร์พูลชุดนี้สุดโหด

โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ยกย่อง ลิเวอร์พูล ชุดนี้ว่าเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นเกมรุกโหดที่สุดเท่าที่ตนเคยเจอ พร้อมชมทีมของตนที่ยังลุ้นแชมป์แข่งกับ “หงส์แดง” ได้อย่างสูสีมาโดยตลอด

    โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า ลิเวอร์พูล ชุดนี้ถือเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นเกมรุกเก่งที่สุดเท่าที่ตนเคยเจอมา หลังจากทั้งคู่กำลังขับเคี่ยวลุ้นแชมป์กันอย่างสูสี

    ฤดูกาล 2018-19 ถือเป็นซีซั่นที่ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในลีก และทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี โดยตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ เป็นจ่าฝูงโดยที่นำหน้าอีกฝ่ายอยู่เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ซึ่งถ้าเกิดยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ เอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายนนี้ได้ พวกเขาก็จะกลับไปเป็นจ่าฝูงในสภาพที่ลงเล่นมากกว่า “เรือใบสีฟ้า” 1 เกม

    กวาร์ดิโอล่า กล่าวหลังพาทีมชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมาว่า “มัน (การที่ แมนฯ ซิตี้ มีลุ้นแชมป์ในตอนนี้) ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ฤดูกาลก่อนเราทำไป 100 คะแนน แถมยังต้องดวลกับ ลิเวอร์พูล ชุดที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขา รวมถึงเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นเกมรุกได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาด้วย”

    “การที่เรายังมีลุ้นแชมป์ทั้งที่ขาดหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดไปหลายนัด (หมายถึง เควิน เดอ บรอยน์) ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากๆ และผมก็เป็นหนี้บุญคุณนักเตะหลายคน แน่นอนว่าเราอยากได้แชมป์ แต่ผมจะไม่ตำหนิอะไรทั้งนั้นถ้าท้ายที่สุดแล้วเราคว้าแชมป์มาครองไม่ได้ เพราะผมจะให้เครดิตกับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก”

ที่มา Siamsport

Related links

“บาส-ปอป้อ”โค่นคู่ผสมมาเลย์ซิวแชมป์ขนไก่ สิงคโปร์ โอเพ่น

หลังโค่นคู่มือ 1 ของโลกมาในรอบรองฯ “บาส-ปอป้อ” คู่ผสมจากไทย ยังคงฟอร์มเก่งได้ต่อเนื่อง เมื่อเป็นฝ่ายไล่ต้อนคู่ผสมจากมาเลเซีย ไปสองเกมรวด คว้าแชมป์แบดมินตัน สิงคโปร์ โอเพ่น ไปครอง

       การแข่งขันแบดมินตันในศึก “สิงคโปร์ โอเพ่น 2019”  ทัวร์นาเมนต์ระดับเวิลด์ทัวร์ 500 ชิงเงินรางวัลรวม 355,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 11,360,000 ล้านบาท ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย.62 เป็นการลงสนามแข่งขันวันที่หกในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งมีนักตบลูกขนไก่ไทยทำผลงานผ่านเข้ามาถึงในรอบนี้ได้เพียงคู่เดียวในประเภทคู่ผสม

        ประเภทคู่ผสมรอบชิงชนะเลิศ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มือวางอันดับ 3 ของรายการ คู่มืออันดับ 4 ของโลก ลงสนามพบกับ  ตัน เคียงเม้ง กับ ไล่ เพ่ยจิง คู่มืออันดับ 26 ของโลกจากมาเลเซีย  

สำหรับสถิติในการพบกันระหว่าง เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี กับคู่ของ ตัน เคียงเม้ง กับ ไล่ เพ่ยจิง ก่อนหน้านี้เคยพบกันมา 4 ครั้ง ต่างผลัดกันเก็บชัยชนะมาได้คู่ละ 2 ครั้งเท่ากัน ล่าสุดในศึก เจแปน โอเพ่น 2018 ตัน เคียงเม้ง กับ ไล่ เพ่ยจิง เฉือนเอาชนะมาได้ 2-1 เกม 

     ออกสตาร์ทเกมแรก ทั้งสองฝ่ายผลัดกันทำแต้มอย่างสูสี เสมอกันที่ 2-2 จากนั้นเป็นคู่ของเดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ชิงจังหวะได้ดีขึ้นทำแต้มขึ้นนำ 5-3 ต่อมาเป็นคู่ของเดชาพล กับ ทรัพย์สิรีโชว์ฟอร์มได้ดีกว่ามากขึ้นนำ 10-6 แล้วเป็นคู่ของเดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ปิดครึ่งเกมแรกได้ก่อนที่ 11-6 เข้าสู่ครึ่งเกมหลัง ตัน เคียงเม้ง กับ ไล่ เพ่ยจิง ทำแต้มไล่ขึ้นมาเป็น 8-12 คู่เดชาพล กับ ทรัพย์สิรีเร่งทำแต้มเป็นชุดหนีห่างเป็น 19-10 แล้วเดชาพล กับ ทรัพย์สิรีเป็นฝ่ายชนะเกมแรกไปที่ 21-14 ขึ้นนำ 1-0 เกม

     เข้าสู่เกมที่ 2 คู่ของเดชาพล กับ ทรัพย์สิรีเล่นได้ดีกว่าขึ้นนำ 4-2 จากนั้นทั้งคู่ต่างผลัดกันทำแต้มได้สูสีมากแต่เป็นคู่ของเดชาพล กับ ทรัพย์สิรีเป็นฝ่ายขึ้นนำ 7-5 จากนั้นคู่ของเดชาพล กับ ทรัพย์สิรีมาปิดครึ่งเกมที่สองได้สำเร็จที่ 11-5 เข้าสู่ครึ่งเกมหลัง คู่ของเดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ทำเกมบุกเป็นชุดๆ ทำแต้มหนีห่างไปเป็น 16-5 เข้าสู่ช่วงปลายเกมคู่ของเดชาพล กับ ทรัพย์สิรีทำแต้มหนีห่างไปเรื่อยๆเป็น 19-6  แล้วเป็นคู่ของเดชาพล กับ ทรัพย์สิรีมาปิดเกมที่สองได้ที่  21-6 ทำให้ชนะ 2-0 เกม ใช้เวลาแข่งขัน 32 นาที เป็นการคว้าแชมป์ในระดับเวิลด์ทัวร์รายการแรก นับตั้งแต่คว้าแชมป์ในรายการ สวิส โอเพ่น 2017 ทัวร์นาเมนต์ระดับเวิลด์ทัวร์ 300 

     “บาส” เดชาพล กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี  คว้าแชมป์พร้อมรับเงินราวัล 28,045 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 897,440 บาท  ส่วน ตัน เคียงเม้ง กับ ไล่ เพ่ยจิง รองแชมป์รับเงินรางวัล 13,490 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 431,680 บาท 

ที่มา Siamsport

Related links

กุญแจสำคัญอาจทำแมนซิตี้เสียท่าลิเวอร์พูล

เปิดกุญแจดอกสำคัญที่อาจทำให้ แมนฯ ซิตี้ เสียท่า ลิเวอร์พูล ในการแย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

     แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงอยู่ในเส้นทางที่จะสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นทีมแรกจากอังกฤษ ที่สามารถคว้าทั้ง 4 แชมป์ (พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ) ได้ในฤดูกาลเดียว

    ในเวลานี้ แมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์ไปแล้ว 1 ใบคือ คาราบาว คัพ (ลีก คัพ) ขณะที่ พรีเมียร์ลีก รั้งรองจ่าฝูง ตาม ลิเวอร์พูล 2 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ส่วน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอเตะรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้าน เอฟเอ คัพ มีโปรแกรมเจอ ไบรท์ตัน ในรอบรองชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 6 เม.ย.นี้

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” ก็คือยิ่งทีมได้ลุ้นแชมป์หลายรายการก็จะต้องมีโปรแกรมมากขึ้น โดยมีโอกาสลงเล่นถึง 64 เกมเลยทีเดียวหากเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในทุกรายการ ซึ่งมากสุดในบรรดาทีมบิ๊กซิกซ์ ขณะที่ ลิเวอร์พูล น้อยสุดแค่ 53 นัดเท่านั้น

    จำนวนเกมที่มีโอกาสลงเล่นมากสุดในฤดูกาลนี้ของบิ๊ก 6 พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ซิตี้ – 64
เชลซี – 63
สเปอร์ส – 58
อาร์เซน่อล – 57
แมนฯ ยูไนเต็ด – 55
ลิเวอร์พูล – 53 

    สำหรับทีมที่ทำสถิติลงสนามมากสุดในฤดูกาลเดียวนับตั้งแต่ที่ พรีเมียร์ลีก ใช้ระบบเล่น 38 นัดคือ เชลซี ที่ลงเตะทุกรายการไปถึง 69 เกม เมื่อฤดูกาล 2012-13

    อันดับทีมที่ลงเตะมากสุดในฤดูกาลเดียว

1. เชลซี – 69 (2012-13)
2. แมนฯ ยูไนเต็ด – 66 (2008-09)
3. เชลซี – 64 (2006-07)
3. แมนฯ ยูไนเต็ด – 64 (2016-17)
3. มิดเดิ้ลสโบรช์ – 64 (2005-06) 

ที่มา Siamsport

Related links

หน้าเหวออีกแล้ว!แฟนบอลล้อโจนส์เกมแพ้วูล์ฟส์

ฟิล โจนส์ ปราการหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด โดนแฟนบอลล้อหนัก หลังทำวีรกรรมหน้าเหวอให้เห็นอีกแล้ว แฟนบอลในโลกออนไลน์ พากันล้อเลียน ฟิล โจนส์ กองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างสนุกสนาน หลังทำหน้าเหวอสุดขีดในเกมที่ “ปีศาจแดง” บุกไปแพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-2 ที่สนาม โมลินิวซ์ กราวนด์ เมื่อวันอังคารที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา ปราการหลังวัย 27 ปี ถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 65 เพื่อช่วยเสริมเกมรับ หลังจากที่ แอชลี่ย์ ยัง โดนไล่ออก ขณะที่ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 1-1 แต่สุดท้ายก็ช่วยไม่ไหว หลัง คริส สมอลลิ่ง ทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 77 และ โจนส์ ก็แสดงอาการออกทางใบหน้าเหมือนที่เคยโดนล้อเป็นประจำ
หลังจบเกมแฟนบอลรายหนึ่งทวีตข้อความว่า “การได้เห็นใบหน้า ฟิล โจนส์ จากภาพรีเพลย์ ช่วยทำให้ผมรู้สึกโกรธในใจน้อยลงไปเยอะ” ขณะที่แฟนบอลอีกรายเข้ามาเสริมว่า “ฟิล โจนส์ เพิ่งเพิ่มผลงานเข้าไปอยู่ในแฟ้มสะสมผลงานของเขา” ก่อนที่อีกรายจะแสดงความเห็นว่า “นี่คือใบหน้าคลาสสิกอีกภาพของ ฟิล โจนส์”

ที่มา Siamsport

Related links

เล่นไหวไหม?อัลเลกรีตอบชัดส่งโรนัลโด้บู๊อาแจ็กซ์หรือไม่

มัสซิมิเลียโม่ อัลเลกรี เทรนเนอร์ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนเก่งของทีม อาจจะอดลงเล่นในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่พวกเขาต้องไปเยือน อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในวันพุธที่ 10 เมษายนนี้


ตอนลงเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสในเกม ยูโร 2020 รอบคัดเลือก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดที่เสมอกับ เซอร์เบีย 1-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น โรนัลโด้ เจ็บตรงต้นขาจนโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 30 ซึ่งที่จริงหลังจากนั้นอดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด บอกว่าอาการของเขาไม่ได้รุนแรงอะไร

อัลเลกรี เผยว่า “เขาเริ่มเดินไปไหนมาไหนได้สะดวกแล้ว แต่เขาจะไม่กลับมาซ้อมจนกว่าจะรู้สึกฟิต ตอนนี้มันมีโอกาสที่เขาจะพลาดเกมนัดแรกกับ อาแจ็กซ์ เราต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะเราเข้าสู่ช่วงอันตรายของฤดูกาล ถ้าเขาพลาดสักเกมแล้วกลับมาลงเล่นได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ มันก็จะถือเป็นการดีกว่า เพราะมันหมายความว่าเขาไม่เสี่ยงที่จะเจ็บซ้ำ การให้เขาพลาดแค่นัดเดียวมันย่อมดีกว่าให้เขาพักนาน 2 เดือนอยู่แล้ว”

อดีตนายใหญ่ เอซี มิลาน เสริมว่า โรนัลโด้ จะต้องรับการตรวจเพิ่มเติมในวันจันทร์นี้ เพื่อดูว่าอาการของเขามันรุนแรงแค่ไหน “ในวันจันทร์นี้เขาจะรับการตรวจ และเราจะรอดูว่าหลังจากนั้นจะเป็นยังไงต่อไป แต่แน่นอนว่าตอนนี้เขาอาจจะพลาดเกมแรกกับ อาแจ็กซ์”

ที่มา Siamsport

Related links

“ทอ.-ช้าง”เปิดแคมป์กอล์ฟเยาวชนภาคฤดูร้อนปีที่11

พลอากาศโท สรกฤต มังสิงห์ รองประธานอนุกรรมการบริหารสนามกอล์ฟกองทัพอากาศ พร้อมด้วย นายโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน รองผู้อำนวยการโครงการไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดย เครื่องดื่มตราช้าง และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมกอล์ฟเยาวชนภาคฤดูร้อน ”ช้าง-กองทัพอากาศ ปีที่ 11” ซึ่งมีน้องๆ เยาวชนเข้าร่วมโครงการกว่า 200 คน

     พลอากาศโท สรกฤต มังสิงห์ รองประธานอนุกรรมการบริหารสนามกอล์ฟกองทัพอากาศ กล่าวว่า ”โครงการฝึกอบรมกอล์ฟเยาวชนภาคฤดูร้อน ”ช้าง-กองทัพอากาศ” ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 11 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้น้องๆ เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพในด้านกีฬากอล์ฟให้มากขึ้น ใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่กระทบต่อการเรียน ซึ่งการอบรมนี้จะเปิดรับสมัครน้องๆ เยาวชนอายุ 8-18 ปี ที่สนใจในกีฬากอล์ฟให้ได้เข้ามาเรียนรู้ พร้อมปูพื้นฐาน และพัฒนาทักษะกีฬากอล์ฟอย่างถูกต้องถูกวิธี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

     เราได้รับการตอบรับที่ดีจากบรรดาผู้ปกครองและเยาวชนสนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก และมีนักกอล์ฟเยาวชนที่ผ่านโครงการนี้มาแล้วกว่า 3,000 คน โดยแบ่งการฝึกสอนให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุ เน้นทั้งการปูพื้นฐาน การเล่นลูกสั้น และการวางแผนการเล่น ซึ่งถ่ายทอดวิชาความรู้ โดยทีมผู้ฝึกสอนของกองทัพอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมของทั้งร่างกายและจิตใจในการก้าวสู่การแข่งขันที่สูงขึ้นไป”

     ด้าน นายโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน รองผู้อำนวยการโครงการไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า ”เราได้ร่วมสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาวงการกีฬากอล์ฟไทยมากว่า 10 ปี โดยมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสู่ตลาดกอล์ฟไทยในทุกระดับ โดยให้ความสำคัญตั้งแต่ระดับเยาวชน จึงได้ริเริ่มโครงการเพื่อสร้างนักกีฬากอล์ฟ จัดการแข่งขันกอล์ฟในระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงการฝึกอบรมทักษะกีฬากอล์ฟหลากหลายโครงการ สำหรับโครงการนี้เราได้ร่วมมือกับกองทัพอากาศต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ซึ่งที่ผ่านมามีน้องๆ เยาวชนที่ผ่านการอบรมและพัฒนาตนเองจนก้าวไปสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพชั้นนำของประเทศไทย

     โดยที่ผ่านมามีนักกอล์ฟเยาวชนจากโครงการนี้ ได้มีโอกาสพัฒนาทักษะการเล่นกอล์ฟ จนสามารถเข้าไปแข่งขันในระดับต่างๆ มากขึ้น และมีอีกหลายคนที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันกอล์ฟทั้งระดับภูมิภาคและระดับประเทศ นอกจากนี้ ”ช้าง” ยังให้สิทธิ์ให้นักกอล์ฟเยาวชนรุ่นอายุ 13-18 ปี ที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ ”ช้าง-กองทัพอากาศ” จำนวน 2 คน เข้าร่วมพัฒนาทักษะกีฬากอล์ฟระดับ PGA Tour Academy ในโครงการ ”ช้าง พีจีเอ จูเนียร์ กอล์ฟ แคมป์ 2019” ในช่วงปลายปีนี้”
   
        สำหรับโครงการฝึกอบรมกอล์ฟเยาวชนภาคฤดูร้อน ”ช้าง-กองทัพอากาศ ปีที่ 11” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 30 เมษายน 2562 ที่สนามซ้อมไดรฟ์กอล์ฟกองทัพอากาศ ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหว 

ที่มา Siamsport

Related links