ระวังให้ดี!แอตกินสันรับหน้าที่ตัดสินแดงเดือด

พรีเมียร์ลีก ประกาศยืนยัน มาร์ติน แอตกินสัน กรรมการคนดัง ได้รับมอบหมายให้ลงทำหน้าที่ตัดสินเกม “แดงเดือด” แมตช์ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล เกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคมนี้  

    ท่านเปาวัย 48 ปี ได้ลงทำหน้าที่เป็นตุลาการสนามมาแล้ว 7 เกมลีกในฤดูกาลนี้ โดยมี 2 เกมที่เกี่ยวข้องกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ขณะเดียวกันเขายังได้ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ ลิเวอร์พูล แพ้ดวลจุดโทษ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

ที่มา https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/155346

Related links

แมนฯยูจะเอาอะไรไปสู้ลิเวอร์พูล

น่าจะมีแฟนบอลหลายคนตั้งคำถามถึง “ศึกแดงเดือด” ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 20 ตุลาคม 2652 นี้ว่า “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สถานการณ์ของทีมกำลังย่ำแย่ จะเอาอะไรไปสู้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่กำลังมีผลงานสุดร้อนแรงอยู่ในเวลานี้

ปัจจุบันทีมปิศาจแดง ภายใต้การคุมทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ กำลังวิกฤตอย่างหนัก มีแค่ 9 คะแนน จากการลงเล่น 8 นัดในพรีเมียร์ลีก มีแต้มห่างโซนตกชั้นแค่ 2 คะแนนเท่านั้น ซึ่งตัวของ โซลชาร์ ก็ให้สัมภาษณืเองหลังจบเกมที่บุกไปแพ้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 0-1 ว่ามันเป็นจุดที่เขาไม่คุ้นเคยเลย และสาวกปิศาจแดงจำนวนมากก็คงคิดเช่นนั้น

ตัดมาที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เรียกได้ว่าช่วงนี้ยืดได้เต็มที่ เพราะนำเป็นจ่าฝูง หลังเดินหน้าเก็บชัยชนะ 8 นัดรวดในลีก แถมโชคชะตายังเข้าข้างให้คู่แข่งแย่งแชมป์ของพวกเขาอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สะดุดแพ้ฝูงหมาป่า วูล์ฟแฮมป์ตัน คาบ้านของตัวเอง 0-2 ซะอย่างนั้น

ทำให้เวลานี้ หงส์แดง โกยแต้มหนี เรือใบสีฟ้า 8 คะแนนเข้าไปแล้ว ส่วนเรื่องความมั่นใจไม่ต้องพูดถึง ทีมของ เยอร์เกน คลอปป์ กำลังคึกสุดขีด บุกมาเยือนโอลด์ แทรฟเฟิร์ด ในนัดต่อไป หวัง 3 คะแนนเต็มกลับ แอนฟิลด์แน่นอน

ที่มา https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premiereleague/1677638

Related links

โซลชาอาการหนัก,วีเออาร์ ฮีโร่! ประเด็นร้อน แมนยู เสมอ อาร์เซน่อล

 แมตช์นี้จุดเปลี่ยนสำคัญคงหนีไม่พ้นจังหวะ “วีเออาร์” ที่มีส่วนสำคัญทำให้เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เพียง 1 คะแนน ขณะที่ อาร์เซน่อล ได้รับความยุติธรรมเพราะหากจังหวะดังกล่าวเกมลูกหนังอาศัยสัญชาตญาณมนุษย์ งานนี้สาวก “เดอะ กันเนอร์ส” คงได้ด่ากันระงม

    ขณะเดียวกัน สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาคือนักเตะสำคัญของ โซลชา เพราะในเกมนี้เจ้าตัวคอยคุมเกมได้กลางได้ดีกว่า ปอล ป็อกบา ด้วยซ้ำ แถมยังโชว์พลังตะบันประตูได้สวยสดงดงาม ที่สำคัญเกือบเป็นฮีโร่หากจังหวะโหม่งของเขาในครึ่งหลังไม่ข้ามคาน

ที่มา siamsport

Related links

ปีของเมสซี่!บทสรุปรางวัลยอดเยี่ยมฟีฟ่า 2019

พิธีมอบรางวัลยอดเยี่ยมสาขาต่างๆ ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) หรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า “เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า ฟุตบอล อวอร์ด” ประจำปี 2019 ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย ณ โรงละคร ลา สกาล่า นครมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่า โฟกัสหลักๆ อยู่ที่รางวัลใหญ่อย่าง นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีชาย/หญิง และ โค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีชาย/หญิง

    ปฏิเสธไม่ได้ว่า รางวัลนักเตะฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปี ถือเป็นไฮไลต์สำคัญในเวทีนี้ และผลที่ออกมาถือว่าพลิกล็อกเล็กๆ เพราะเป็น ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า ที่ได้ไปครอง โดยเอาชนะตัวเต็งอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ ลิเวอร์พูล ไปได้ ขณะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสของ ยูเวนตุส มีชื่อแค่เข้าชิงรางวัลเท่านั้น แถมไม่ได้เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้

    สำหรับรางวัลใหญ่ที่หลายๆ คนให้ความสนใจไม่แพ้รางวัลข้างต้น คือโค้ชยอดเยี่ยม ซึ่งฝ่ายชายเป็น เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ที่ได้รางวัลไปครอง จากผลงานอันยอดเยี่ยมที่พา “หงส์แดง” คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2018/19 ที่ผ่านมา ส่วนฝ่ายหญิงนั้น แทบจะนอนมาเลยทีเดียว เพราะเป็น จิลล์ เอลลิส เฮดโค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับเลือกให้คว้ารางวัล หลังจากที่พาทัพแข้งมะกันสาวผงาดซิวแชมป์โลกมาครองเป็นสมัยที่ 4 เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ เมแกน ราปิโน กัปตันทีมคนเก่ง ก็ได้รับเลือกให้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีหญิง และข้างล่างนี้คือบทสรุปทุกรางวัลของ ฟีฟ่า ประจำปี 2019 พร้อมกับคะแนนโหวตในรางวัลสำคัญ

ที่มา siamsport

Related links

ลุ้น!คล็อปป์ไม่ชัวร์โรเบิร์ตสันบู๊นาโปลีไหว

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าไม่มั่นใจว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งจะลงเล่นในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี นัดเยือน นาโปลี ในวันอังคารที่ 17 กันยายนนี้ได้รึเปล่า

    ก่อนหน้านี้ โรเบิร์ตสัน ยังลงเล่นแบบเต็มเกมในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมาได้ และดูเหมือนว่าจะพร้อมช่วยทีมในนัดแรกของการป้องกันแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยถึงเขาจะมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากเกมทุบ “สาลิกาดง” แต่เจ้าตัวก็ยังมีชื่อติดทีมเดินทางไปยังเมืองเนเปิ้ลส์ด้วย จนทำให้ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด คล็อปป์ เปิดเผยเองว่า โรเบิร์ตสัน ไม่ได้ลงซ้อมกับทีมที่ เมลวู้ด เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา โดยถึงแม้อาการของดาวเตะชาวสกอตต์จะไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร แต่มันก็ยังไม่ชัวร์ว่าเขาจะฟิตพอสำหรับการช่วยทีมรึเปล่า

    กุนซือชาวเยอรมันให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรว่า “วันนี้ ร็อบโบ้ ไม่ได้ลงซ้อมกับเรา และเราก็ต้องรอดูกัน (ว่า โรเบิร์ตสัน จะลงเล่นได้หรือไม่) คือที่จริงมันก็ไม่ใช่อาการบาดเจ็บที่หนักหนาสาหัสอะไรหรอก มันเป็นเหมือนการป้องกันไว้ก่อนมากกว่า แต่ผมก็ไม่มั่นใจแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ (ถึงเรื่องที่ โรเบิร์ตสัน จะลงเล่นได้รึเปล่า) เราจะทำการตรวจกันในวันพรุ่งนี้ แล้วจากนั้นก็จะได้รู้กันเอง”

ที่มา siamsport

Related links

5 ประเด็นร้อน นิชิโนะปลดล็อก สุภโชคแผลงฤทธิ์ ไทยอัดสบายแต่อย่าชะล่าใจ

อากิระ นิชิโนะ กุนซือทีมชาติไทย ปรับผู้เล่นสองตำแหน่งจากเกมเสมอเวียดนาม โดยถอดตั้ม-ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ออก อีกหนึ่งคนคือ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ถอนตัวจากอาการเจ็บ โดยส่งเจ้าบุ้ค-เอกนิษฐ์ ปัญญา ตัวรุกดาวรุ่งวัย 19 ปีจากเชียงราย ยูไนเต็ด และศุกชัย ใจเด็ด ลงเป็นหอกตัวเป้า

    เกมนี้ เฮดโค้ชเลือดซามูไร วางระบบ 4-2-3-1 โกล เป็นศิวลักษณ์ เทศสูงเนิน แนวรับยืนคงเดิม ทริสตอง โด, มานูเอล ทอม เบียรห์, พรรษา เหมวิบูลย์ และธีราทร บุญมาทัน แดนกลางวางสารัช อยู่เย็น กับ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล เป็นตัวต่ำ เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยืนสูงตรงกลางแล้วมีสุภโชค สารชาติ กับ เอกนิษฐ์ ยืนปีกทั้งสองข้าง ส่วนหน้าเป้าคือศุภชัย เรียกว่าแผนนี้ของนิชิโนะ น่าจะถูกใจคนไทยหลายคนที่อยากเห็นตัวรุกลงสนามกันครบครัน

    ฝั่ง อินโดนีเซีย ของไซม่อน แมคเมนีมี กุนซือชาวสกอตช์ จัดผู้เล่นชุดใหญ่แดนหน้ามีเบโต้ กองหน้าตัวเก๋าวัย 38 ปียืนเป็นหัวหอก โดยมีตัวสนับสนุนอย่าง สเตฟาโน่ ลิลิพาลี่ และอิฟราน บัชดิม ยืนอยู่ข้างหลัง

    การวางแท็กติกของนิชิโนะ วันนี้เราได้เห็นแผนระหว่างเกมอันหลากหลาย เวลาเราทำเกมบุก จะเห็นว่าแบ็กทั้งสองข้างของไทย เติมสูง โดยบ่อยครั้งที่ ธีราทร จะหุบมายืนตรงกลาง เหมือนที่เคยเล่นกับโยโกฮาม่า เอฟ. มารินอส รวมถึง สารัช และพิธิวัตต์ ที่มีบางช่วงสลับกันเติมขึ้นสูง เช่นเดียวกับ เอกนิษฐ์ สลับกับ สุภโชค บ้าง

ที่มา siamsport

Related links

ใบสั่ง!คล็อปป์จี้ลิเวอร์พูลห้ามปล่อยลอฟเรนย้ายทีม

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นคนสั่งให้ทีมเก็บ เดยัน ลอฟเรน กองหลังชาวโครเอเชียเอาไว้ใช้งานต่อเอง ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    ลอฟเรน ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนักในช่วงหลายวันก่อนหน้านี้ หลังจากที่เขากลายเป็นตัวเลือกลำดับท้ายๆ ในตำแหน่งคู่หูของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ รองจากทั้ง โฌแอล มาติป และ โจ โกเมซ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในซีซั่นนี้เขาก็ยังไม่มีชื่อติดทีมในเกมลีกแม้แต่เกมเดียวด้วย

    สำหรับทีมที่มีข่าวกับ ลอฟเรน มีทั้ง เอซี มิลาน, อาแอส โรม่า และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น โดยทั้งสามทีมสนใจที่จะทำข้อเสนอแบบยืมตัว พร้อมกับมีอ็อปชั่นซื้อขาด แต่ท้ายที่สุดแล้วดาวเตะวัย 30 ปีก็ไม่ได้ย้ายไปไหน จนกระทั่งตลาดการเสริมทัพของลีกใหญ่ๆ ทั่วทวีปยุโรปปิดตัวไปเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ เดอะ มิร์เรอร์ เผยว่าต้นเหตุที่ทำให้ ลอฟเรน ยังได้อยู่กับยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ต่อไปนั้น เป็นเพราะ คล็อปป์ เข้ามาขวางการย้ายทีมเอาไว้เอง เพราะคิดว่าการมีเซนเตอร์แบ็กระดับที่มีประสบการณ์กับทีมชุดใหญ่ให้ใช้งานแค่ 3 คนมันน้อยเกินไป

ที่มา siamsport

Related links

รถบัสยังมิอาจทัดทานทน

ในการแข่งขันทั้งหมด 10 คู่ ปรากฏว่าทีมเจ้าบ้านประสบชัยชนะได้เพียงแค่ 2 ทีมเท่านั้นคือ แอสตัน วิลล่า กับ ลิเวอร์พูล ขณะที่ วูล์ฟส์ รอดพ้นจากความปราชัยในถิ่นตัวเองอย่างหวุดหวิดจากการได้จุดโทษในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บ โดยในจำนวน 7 ทีมที่ “เด๊ดห่า” แบบคาบ้านนั้นมีทีมที่จัดอยู่ในประเภทพญายักษ์ 2 ทีมด้วยกัน คือ “ปีศาจแดง” กับ “ไก่เดือยทอง”

  เจ้าของแชมป์หญ้าสวยถูก คริสตัล พาเลซ บุกมาเหยียบย่ำถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในฟุตบอลลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1989 แถมเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกอีกต่างหาก ขณะที่ทีมน้องไก่ถูกตัวเต็งตกชั้นอย่าง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด บุกมาเชือดคอหอย ซึ่งในความปราชัยของ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ สเปอร์ส นั้นมีอะไรเหมือนกันอยู่อย่างคือทั้งคู่เจอกับกลยุทธ์แบบ “พาร์ค เดอะ บัส” จากทีมเยือนแล้วถูกแท็คติกนี้เล่นงานจนเอาตัวไม่รอด  คริสตัล พาเลซ บุกมาเยือนโรงละครแห่งความฝันด้วยฟอร์มการเล่นเป็นรอง – ศักยภาพผู้เล่นก็เป็นรอง อีกทั้งยังเสียเปรียบเสียงเชียร์อีกต่างหาก

ที่มา siamsport

  

Related links

จุดโทษ…..ปัญหา

1 ใครควรยิงจุดโทษระหว่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ ปอล ป็อกบา
2 ทำไมต้องมีมือสังหารจุดโทษ 2 คนในทีม
3 โอเล กุนนาร์ โซลชา “บริหารจัดการทีม” ไม่ลงตัวใช่มั้ย

    1 ข้อแรกนี่หลากหลายเลย แต่เสียงส่วนใหญ่กว่า 90% คิดว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด ควรยิง เพราะพึ่งยิงเข้ามาหมาดๆสัปดาห์ก่อน เมื่อรวมกับเกมที่ชนะเปแอสเช ในชปล. ปีก่อน เท่ากับ 100% (ยิง 2 เข้า2)

    จุดนี้ มันก็ง่ายต่อการวิจารณ์นะครับเพราะ ป็อกบา ดันยิงไม่เข้า ทั้งที่ก็ยิงดีนะครับ เพียงแต่ รุย ปาทริซิโอ เดาถูกทาง เลยทุบออกไปได้ ข้อนี้ ผมอยากยกประโยชน์ให้ “จำเลย” อย่าง ป็อกบา ครับ เพราะการวิจารณ์ Hindsight หรือรู้ผลแล้วมาวิจารณ์ มันก็ถูกหมดเลย ผมไม่ติดใจเรื่องที่ว่าใครควรยิง จะแรชฟอร์ด หรือ ป็อกบา  ด้วยเพราะผมติดใจข้อ 2 ละ

2 มือสังหารจุดโทษ ไม่ควรมี 2 คน มันต้องมีมือหนึ่งคนเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รับรู้กันทั่วโลกในทุกระดับ สมัยผมเล่นบอลมหาวิทยาลัย ดร. ชาญวิทย์ ผลชีวิน กำหนดเอาไว้ก่อนลงสนามมือ 1 จุดโทษคือใคร ถ้าไม่ได้ลงสนามวันนั้น มือ 2 เป็นใคร 

    สแตน คอลลีมอร์ วิพากษ์เรื่องนี้ว่า “โค้ช” ต้องกำหนดในห้องแต่งตัว หรืออาจบอกว่า สนามซ้อมก็ได้ คือต้องรู้แล้วว่าใครคือมือสังหารจุดโทษ เขาบอกว่าทางทวิตเตอร์ว่า..”สมัยผมเล่นบอล มือจุดโทษของผมคือ เพียร์ซ, ยอร์คและฟาวเลอร์”

    ขยายความคือ สมัยเล่นฟอเรสต์ นั้น สจวร์ต เพียร์ซ คือมือยิงจุดโทษ  กับแอสตัน วิลล่า เป็น ดไวท์ ยอร์ค  อยู่ลิเวอร์พูล คอลลี บอกว่าเป็น ฟาวเลอร์ เขาย้ำว่า “จำไม่ได้เหมือนกันว่ามือจุดโทษเหล่านี้เคยพลาดกันบ้างมั้ย”

    นอกจากคอลลี แล้ว…หลายคนพูดทำนองเดียวกันว่า มันควรมีมือ1 ตัวหลักไว้เลย อย่างแมนฯยูไนเต็ด ยุคเริ่มต้นพรีเมียร์ลีกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน  คงจำกันได้ว่าคือ เดนิส เออร์วิน มือหนึ่งจุดโทษ

    ระดับทีมชาติ….เอาเป็นเยอรมันยุค ฟร้านส์ เบคเคนบาวเออร์ คุม อันเดรียส เบรห์เม่

    ส่วนใหญ่นะครับ…จะมีมือสังหารจุดโทษในทีม

    กรณีของแมนฯยูไนเต็ด วันนี้ ปอล ป็อกบา คือคนนั้น  จนถึงวันที่ชนะเปแอสเช เขาโดนแบน กลายเป็น แรชฟอร์ด ยิง เกมนั้นบอกเลย…”เกมใหญ่” หัวจิตหัวใจต้องได้  แรช ยิงเข้า….ผมว่าก็สอบผ่านระดับหนึ่ง

    จนมาเมื่อ 7 วันก่อน ชนะเชลซี 4-0 ได้ยิงจุดโทษเลย นาทีที่ 18 ยิงเข้าคือ…แต้มต่อ เล่นเกมง่ายขึ้น ทำไมเป็น แรชฟอร์ด ยิง ทั้งที่ ป็อกบา ก็อยู่ในทีม

    ตรงนี้คือคำถาม…โอเค แรช ยิงเข้า  พอมาเมื่อคืน… ป็อกบา ไปขอยิง ซึ่งแรช ให้สัมภาษณ์ว่า “ขอ” เขาก็ “ให้” นี่มันกลายเป็นภาวะสับสนในทีมเรื่องคนยิงจุดโทษ ไม่ว่า ป็อกบา จะมั่นใจขนาดไหน  คนก็จะถามว่า แล้วทำไม 7 วันก่อน ป็อกบา ไม่มั่นใจ

    เรื่องนี้จึงกลายเป็นมาเชื่อมโยงถึงข้อ 3 

    การจัดการทีมของ โซลชา มีปัญหาเรื่องไม่ ทำไมไม่กำหนดคนยิงไปเลย แม้ โซลชา ตอบนักข่าวหลังเกมว่า “สถานะการณ์ตรงหน้า ใครมั่นใจก็ยิงได้เลย ทั้งแรชฟอร์ดและ ป็อกบา ผมไม่โทษ ป็อกบา เขายิงให้เราเข้ามาหลายลูกแล้ว ผมชอบซะอีกที่นักเตะมีความมั่นใจ

    คราวนี้พอมันไม่เข้า…เป้าก็เลยพุ่งไปหา ป็อกบา แล้วกระทบชิ่งมาถึง ผจก. ว่า “ไม่จัดการทีม” ให้มันลงตัว ทำไมต้องทำให้สังคมตั้งคำถามขึ้นมา

    จริงๆถ้าไม่คิดมากมันก็ไม่มีอะไร แต่แนวทางการทำงานของโค้ช มันสะท้อนอะไรหลายอย่าง…จุดนี้ โซลชา โดนวิจารณ์ ตามทรงอยู่แล้ว

    คนก็เอาเรื่องแค่ว่า มือสังหารจุดโทษมันต้องมี ไม่ใช่ใครก็ได้  ไม่ต้องมากแค่แนวทางเรื่องนี้ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน  หยิบมาเทียบเคียง…คงชัดแจ๋วอยู่

    บังเอิญ…บังเอิญ….บังเอิญ…ป็อกบา ติดดิน หรือจมดินละครับตอนนี้

    ถ้าป็อกบา ติดดิน…เจ้านายโซลชาก็ย่อมสั่นสะเทือนไปด้วย

    ลองดูควันหลงจากหลายๆสื่อมองจุดโทษนี้ยังไงบ้างครับ บีบีซี พาดหัวเน้น. Weak management  การ์เดี้ยน พาดหัว ฉีกไปเรื่องเหยียดผิวแล้ว  เดอะ มีร์เรอร์ ล้อประเด็นจุดโทษ พร้อมเปิดตัวมือสังหารจุดโทษทุกทีม 

ที่มา https://www.siamsport.co.th/column/detail/72121

Related links

สตั๊ดทองคำของจริง แบรนด์กีฬาดังพร้อมจ่าย 26 ล้านจ้าง แม็กไกวร์ สวมรองเท้า

แบรนด์รองเท้าฟุตบอลรุมแย่งตัว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษของ แมนฯยูไนเต็ด โดยแต่ละยี่ห้อพร้อมทุ่มจ่ายมากถึง 700,000 ปอนด์ หรือ 26 ล้านบาทต่อฤดูกาลเลยทีเดียว

ในเกมเปิดตัวซึ่งยูไนเต็ดเอาชนะ เชลซี 4-0 แม็กไกวร์ เจ้าของค่าตัว 85 ล้านปอนด์ในการย้ายมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ สวมรองเท้าสีดำสนิท หรือ แบล็กเอาต์ เนื่องจาก นักเตะวัย 26 ปียังไม่สามารถตกลงกับสปอนเซอร์รายไหนได้ และรายงานข่าวระบุว่าการจ้าง แม็กไกวร์ใส่สตั๊ดนั้น ไนกี้, อาดิดาส, พูม่า และ อันเดอร์ อาร์เมอร์ พร้อมจ่ายถึง 700,000 ปอนด์เพื่อให้ได้ตัวมาเป็นพรีเซนเตอร์

ที่มา ข่าวสด

Related links